30 ธันวาคม 2548 (2005)
Cubic Classic Co., Ltd. เป็นบริษัทลูกแห่งที่สองของบริษัท ไทยคิวบิค เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งได้ก่อตั้งเมื่อปีที่ผ่านมา (2547) ตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี
ในปีนี้เป็นปีแรกที่มีการดำเนินการผลิต และส่งขาย โดยการขายได้ผ่านบัญชีขายของบริษัท ไทยคิวบิค เทคโนโลยี จำกัด งานในปีนี้เป็นงานที่ส่งมาจากบริษัท ไทยคิวบิค เทคโนโลยี จำกัด โดยเป็นงานที่มีปริมาณไม่มากนัก และเป็นงาน After market ของลูกค้าย่อยๆ
ในปีนี้ (2548) บจก. Cubic Classic สามารถทำยอดขายได้รวม 711,990.86 บาท
Friday, December 30, 2005
Wednesday, September 21, 2005
ได้รับการรับรองระบบมาตรฐาน ISO 14001
21 กันยายน 2548
บริษัทฯได้รับการรับรองระบบมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ISO 14001 โดย BVQI เป็นผู้รับรอง
ทั้งนี้โดยมีคุณพิศนุ โชควัฒนาเป็น EMR
บริษัทฯได้รับการรับรองระบบมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ISO 14001 โดย BVQI เป็นผู้รับรอง
ทั้งนี้โดยมีคุณพิศนุ โชควัฒนาเป็น EMR
Tuesday, June 28, 2005
ประธาน TGT เยี่ยมชมโรงงาน
28 มิถุนายน 2549
ประธานบริษัท Toyoda Gosei (Thailand) : Mr.Takada ได้เข้ามาเยี่ยมชมโรงงาน ทั้งนี้เพื่อเป็นการร้องขอให้มีการปรับปรุงโรงงาน ด้วยทราบว่า TCT มีการขาดทุนในปีที่ผ่านมา 49.15 ล้านบาท โดยร้องขอให้มีการปรับปรุงในเรื่องต่อไปนี้
1. Decreasing of Dead Stock
2. Sell volume up
3. KPI's settle up
4. Man-Power balancing according to Production Volumn
5. Review in Inspection Standard
ประธานบริษัท Toyoda Gosei (Thailand) : Mr.Takada ได้เข้ามาเยี่ยมชมโรงงาน ทั้งนี้เพื่อเป็นการร้องขอให้มีการปรับปรุงโรงงาน ด้วยทราบว่า TCT มีการขาดทุนในปีที่ผ่านมา 49.15 ล้านบาท โดยร้องขอให้มีการปรับปรุงในเรื่องต่อไปนี้
1. Decreasing of Dead Stock
2. Sell volume up
3. KPI's settle up
4. Man-Power balancing according to Production Volumn
5. Review in Inspection Standard
Monday, February 28, 2005
ผลิตภัณฑ์ใหม่ : Meter Cluster Isuzu ; Hitachi Chemical Automotive Product (Thailand) Co., Ltd. (HCAT)
28 กุมภาพันธ์ 2548 (2005)
Isuzu เป็นรถยนต์กะบะบรรทุกขนาด 1 ตัน ที่มีการผลิต(ประกอบ)ในประเทศไทย โดยผู้ประกอบการเป็นญี่ปุ่น ส่งขายทั้งภายในและส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะภูมิภาคเอเซียอาคเนค์ ซึ่งมียอดการจำหน่ายสูงที่สุด เมื่อเทียบกับรถยนต์กะบะบรรทุกขนาด 1 ตันด้วยกัน
Isuzu เป็นความพยายนามของเราในการนำเสนอการตกแต่งลายไม้ และเราได้เคยนำเสนอหลายครั้งแต่ยังมิได้รับการตอบรับจาก Isuzu ซึ่งเราเคยทำการตกแต่งให้กับรถยนต์ Isuzu เหมือนกัน ในปี 2544 (2001) ถึงปี 2546 (2003) โดยผ่านทาง บริษัท ตรีเพชรอิซูซุ จำกัด ในรุ่น Trooper ซึ่งเป็นรถยนต์นั่งประเภท SUV แต่เป็นรถยนต์นำเข้า แล้วมาถอดชิ้นส่วนเพื่อทำการตกแต่งลายไม้ แต่ด้วยการถอดประกอบ และระยะเวลาในการผลิต ไม่สอดคล้องกับความต้องการของ Isuzu จึงทำให้ไม่สำเร็จด้วยดีเท่าที่ควร
ในครั้งนี้ เป็นการตกแต่งภายในสำหรับรถยนต์กะบะขนาด 1 ตัน ในรถยนต์ Isuzu รุ่น D-Mac ซึ่งมีผู้ประกอบการที่ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ คือ HCAT (Meter Cluster) และ Tokai Rika (Arm Rest)
ในความเป็นจริงแล้ว HCAT มิได้เป็นการติดต่อกันครั้งแรก แต่ HCAT เป็นเจ้าของชิ้นงาน Gear Cover ที่เรามีการติดต่อผ่านทาง บริษัท ไทยสตาร์ไลท์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด มาก่อน
Isuzu เป็นรถยนต์กะบะบรรทุกขนาด 1 ตัน ที่มีการผลิต(ประกอบ)ในประเทศไทย โดยผู้ประกอบการเป็นญี่ปุ่น ส่งขายทั้งภายในและส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะภูมิภาคเอเซียอาคเนค์ ซึ่งมียอดการจำหน่ายสูงที่สุด เมื่อเทียบกับรถยนต์กะบะบรรทุกขนาด 1 ตันด้วยกัน
Isuzu เป็นความพยายนามของเราในการนำเสนอการตกแต่งลายไม้ และเราได้เคยนำเสนอหลายครั้งแต่ยังมิได้รับการตอบรับจาก Isuzu ซึ่งเราเคยทำการตกแต่งให้กับรถยนต์ Isuzu เหมือนกัน ในปี 2544 (2001) ถึงปี 2546 (2003) โดยผ่านทาง บริษัท ตรีเพชรอิซูซุ จำกัด ในรุ่น Trooper ซึ่งเป็นรถยนต์นั่งประเภท SUV แต่เป็นรถยนต์นำเข้า แล้วมาถอดชิ้นส่วนเพื่อทำการตกแต่งลายไม้ แต่ด้วยการถอดประกอบ และระยะเวลาในการผลิต ไม่สอดคล้องกับความต้องการของ Isuzu จึงทำให้ไม่สำเร็จด้วยดีเท่าที่ควร
ในครั้งนี้ เป็นการตกแต่งภายในสำหรับรถยนต์กะบะขนาด 1 ตัน ในรถยนต์ Isuzu รุ่น D-Mac ซึ่งมีผู้ประกอบการที่ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ คือ HCAT (Meter Cluster) และ Tokai Rika (Arm Rest)
ในความเป็นจริงแล้ว HCAT มิได้เป็นการติดต่อกันครั้งแรก แต่ HCAT เป็นเจ้าของชิ้นงาน Gear Cover ที่เรามีการติดต่อผ่านทาง บริษัท ไทยสตาร์ไลท์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด มาก่อน
Friday, December 31, 2004
ผลประกอบการประจำปี 2547 : ผลิตเพื่ออุตสาหกรรมยานยนต์
31 ธันวาคม 2547 (2004)
สำหรับการดำเนินการของบริษัทฯในปีนี้ จากลูกค้าที่ยอดการสั่งซื้อทั้งหมด (ไม่รวมลูกค้ารายย่อยๆเล็กๆและอื่นๆ) รวมท้งสิ้น 25 ราย พบว่าร้อยละ 80 เป็นลูกค้าในอุตสาหกรรมรถยนต์ ดังนั้น การดำเนินธุรกรรมในปีนี้จึงเป็นการผลิตเพืออุตสาหกรรมยานยนต์เป็นส่วนใหญ่ ส่วนลูกค้าในอุตสาหกรรมอื่นๆเริ่มลดลง ทั้งนี้ด้วยความไม่สามารถตอบสนองในแง่ของการผลิตได้ ทำให้ในปีนี้บริษัทฯจึงมีการขยายความสามารถในการผลิตใน 2 เรื่องด้วยกันคือ
1. การขยายความสามารถในการผลิต งานพ่นสี ทั้งนี้เพื่อแยกการพ่นสีพื้นออกมาจากพื้นที่เดิม เป็นโรงงานที่ 2 ทั้งนี้เพื่อนำพื้นที่นั้นมาใช้ในการทำ Dipping Process เพียงอย่างเดียว พร้อมทั้งมีการติดตั้ง Robot สำหรับการพ่นสี Top Coat เพื่อให้เกิดความพึงพอใจและมั่นใจในคุณภาพของสินค้าที่ออกมา
2. การเกิดบริษัทลูก รายที่ 2 : Cubic Classic Co., Ltd. ที่จังหวัดปทุมธานี โดยออกแบบให้เป็นการผลิตแบบ การชุบด้วยมือ
ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ยังคงเป็นการผลิตสำหรับ OEM และมีในส่วนของ Accesory Parts ยังคงเป็น TMAP และ Honda Access ที่ยังคงเป็นลูกค้าอยู่สำหรับ Toyota และ Honda ตามลำดับ แต่ในส่วนที่เป็น After Market จำนวนของลูกค้าที่เข้ามาลดลงไปจากปีที่ผ่านมา แต่ยังคงมีลูกค้าเป็นบริษัทที่ไม่ได้อยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ และมียอดการสั่งซื้อสูงเป็นอันดับ 2 ของยอดการสั่งซื้อรวม คือ บจม. แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) ด้วยผลิตภัณฑ์ ชิ้นส่วนของ Printer
สำหรับในปีนี้ (2547 : 2004) สิ่งที่น่าสังเกตอย่างยิ่ง คือ การลดลงของการสั่งซื้อเป็นอย่างมากของ Siam Nissan Automobile Co., Ltd. หลังจากในปีที่ผ่านมาเริ่มมียอดการสั่งซื้อที่ลดลง
และเช่นกัน ลูกค้าอีกกลุ่มที่มีการเติบโตขึ้นมามากยิ่งขึ้น จากปีก่อน คือ กลุ่มของผู้ที่ผลิตชิ้นส่วนให้กับ รถยนต์ Toyota โดยเฉพาะ บจก. โตโยดะ โกเซ (ประเทศไทย) ที่มียอดการสั่งซื้อก้าวกระโดด จาก 12.3 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา เป็น 41.2 ล้านบาท ทั้งนี้จาก การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ Toyota ; New Collora (Model 316)
ดังนั้น ผลประกอบการประจำปี 2547 : 2004 เราสามารถปิดยอดขายได้รวม 211.79 ล้านบาท นับว่าเป็นจำนวนยอดขายที่สูงที่สุด ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯมา และสูงกว่าปีที่ผ่านมา 56% หรือคิดเป็นจำนวนเงิน 76.23 ล้านบาท
สำหรับ ลูกค้าที่มียอดการสั่งซื้อสูงสุด 10 แรก ได้แก่
1. บจก. Toyoda Gosei (Thailand) มียอดการสั่งซื้อรวม 41.264 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการของปีนี้ เรายังคงสามารถทำกำไรก่อนการหักภาษี ได้เป็นจำนวนเงิน 13.247 ล้านบาท หรือทำได้สูงกว่าในปีที่ผ่านมา 20%
สำหรับรายละเอียดของผลประกอบการเป็นรายละเอียดข่างล่างนี้
สำหรับการดำเนินการของบริษัทฯในปีนี้ จากลูกค้าที่ยอดการสั่งซื้อทั้งหมด (ไม่รวมลูกค้ารายย่อยๆเล็กๆและอื่นๆ) รวมท้งสิ้น 25 ราย พบว่าร้อยละ 80 เป็นลูกค้าในอุตสาหกรรมรถยนต์ ดังนั้น การดำเนินธุรกรรมในปีนี้จึงเป็นการผลิตเพืออุตสาหกรรมยานยนต์เป็นส่วนใหญ่ ส่วนลูกค้าในอุตสาหกรรมอื่นๆเริ่มลดลง ทั้งนี้ด้วยความไม่สามารถตอบสนองในแง่ของการผลิตได้ ทำให้ในปีนี้บริษัทฯจึงมีการขยายความสามารถในการผลิตใน 2 เรื่องด้วยกันคือ
1. การขยายความสามารถในการผลิต งานพ่นสี ทั้งนี้เพื่อแยกการพ่นสีพื้นออกมาจากพื้นที่เดิม เป็นโรงงานที่ 2 ทั้งนี้เพื่อนำพื้นที่นั้นมาใช้ในการทำ Dipping Process เพียงอย่างเดียว พร้อมทั้งมีการติดตั้ง Robot สำหรับการพ่นสี Top Coat เพื่อให้เกิดความพึงพอใจและมั่นใจในคุณภาพของสินค้าที่ออกมา
2. การเกิดบริษัทลูก รายที่ 2 : Cubic Classic Co., Ltd. ที่จังหวัดปทุมธานี โดยออกแบบให้เป็นการผลิตแบบ การชุบด้วยมือ
ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ยังคงเป็นการผลิตสำหรับ OEM และมีในส่วนของ Accesory Parts ยังคงเป็น TMAP และ Honda Access ที่ยังคงเป็นลูกค้าอยู่สำหรับ Toyota และ Honda ตามลำดับ แต่ในส่วนที่เป็น After Market จำนวนของลูกค้าที่เข้ามาลดลงไปจากปีที่ผ่านมา แต่ยังคงมีลูกค้าเป็นบริษัทที่ไม่ได้อยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ และมียอดการสั่งซื้อสูงเป็นอันดับ 2 ของยอดการสั่งซื้อรวม คือ บจม. แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) ด้วยผลิตภัณฑ์ ชิ้นส่วนของ Printer
สำหรับในปีนี้ (2547 : 2004) สิ่งที่น่าสังเกตอย่างยิ่ง คือ การลดลงของการสั่งซื้อเป็นอย่างมากของ Siam Nissan Automobile Co., Ltd. หลังจากในปีที่ผ่านมาเริ่มมียอดการสั่งซื้อที่ลดลง
และเช่นกัน ลูกค้าอีกกลุ่มที่มีการเติบโตขึ้นมามากยิ่งขึ้น จากปีก่อน คือ กลุ่มของผู้ที่ผลิตชิ้นส่วนให้กับ รถยนต์ Toyota โดยเฉพาะ บจก. โตโยดะ โกเซ (ประเทศไทย) ที่มียอดการสั่งซื้อก้าวกระโดด จาก 12.3 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา เป็น 41.2 ล้านบาท ทั้งนี้จาก การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ Toyota ; New Collora (Model 316)
ดังนั้น ผลประกอบการประจำปี 2547 : 2004 เราสามารถปิดยอดขายได้รวม 211.79 ล้านบาท นับว่าเป็นจำนวนยอดขายที่สูงที่สุด ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯมา และสูงกว่าปีที่ผ่านมา 56% หรือคิดเป็นจำนวนเงิน 76.23 ล้านบาท
สำหรับ ลูกค้าที่มียอดการสั่งซื้อสูงสุด 10 แรก ได้แก่
1. บจก. Toyoda Gosei (Thailand) มียอดการสั่งซื้อรวม 41.264 ล้านบาท
2. บจก. Cal-Comp Electronic (Thailand) มียอดการสั่งซื้อรวม 34.595 ล้านบาท
3. บจก. Toyota Motor Asia Pacific (TMAP) มียอดการสั่งซื้อรวม 24.830 ล้านบาท
4. บจม. ไทยตรินิตรี้ มียอดการสั่งซื้อรวม 20.772 ล้านบาท
5. บจก. TS Tech (Thailand) มียอดการสั่งซื้อรวม 12.857 ล้านบาท
6. บจก. KUMI (Thailand) ยอดการสั่งซื้อรวม 12.738 ล้านบาท
7. บจก. Siam Nissan Automobile มียอดการสั่งซื้อรวม 8.652 ล้านบาท
8. บจก. Tokai Rika (Thailand) มียอดการสั่งซื้อรวม 7.299 ล้านบาท
9. บจก. Union Nifco มียอดการสั่งซื้อรวม 6.880 ล้านบาท
10. และ บริษัทอื่นๆอีก 16 บริษัท ซึ่งมียอดการสั่งซื้อรวม 41.91 ล้านบาท หรือ 19.79 % ของยอดการสั่งซื้อทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการของปีนี้ เรายังคงสามารถทำกำไรก่อนการหักภาษี ได้เป็นจำนวนเงิน 13.247 ล้านบาท หรือทำได้สูงกว่าในปีที่ผ่านมา 20%
สำหรับรายละเอียดของผลประกอบการเป็นรายละเอียดข่างล่างนี้
Tuesday, December 28, 2004
Oil Booth สำหรับ New Base Coating Line
28 ธันวาคม 2547
Oil Booth คืออะไร
Oil Booth คือ Booth พ่นสีที่ใช้ม่านที่ดักฝุ่นสีเป็นน้ำมัน (Oil Certain) แทนการใช้น้ำเป็นม่าน (Water Certain) โดยกระบวนการการทำงานอื่นๆยังคงเหมือนเดิม ซึ่งทั้งสองระบบนี้ต่างมีข้อดี ข้อเสีย ต่างกันพอสังเขปดังนี้
1. Oil Booth มีการใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยกว่า ทั้งนี้เนื่องมาจากลักษณะการทำงานของ Booth เป็น Booth ที่ดูดอากาศเต็มผืนหน้าของ Booth ฝุ่นและละอองของสีสามารถเข้าไปกระทบ คลุกเคล้า กับม่านน้ำมันได้ในทันที โดยไม่จำเป็นต้องมีระบบ Ventury ที่ต้องทำให้เกิดการหมุนวนของน้ำและอากาศ (Cyclone) เพื่อคลุกเคล้าฝุ่นผงให้เกาะติดไปกับน้ำ ประกอบกับน้ำมันมีน้ำหนักมากกว่าน้ำ ดังนั้นการลอยตัวขึ้นไปเกาะผนังด้านบนจึงไม่ค่อยเกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้ พัดลมที่นำมาใช้ในการดูดอากาศจึงมีขนาดเล็กกว่า (Oil Certain Booth ใช้ 3~5 Hp ส่วน Water Certain Booth ใช้ 7.5~10 Hp)
2. Oil Booth เนื่องจากธรรมชาติของน้ำมัน ที่จะไม่ยอมรับการเจือปนของสิ่งอื่นๆเข้ามาในตัวมัน ดังนั้น ละอองสีต่างๆ จึงถูกแยกชั้นตกเป็นตะกอน อยู่ด้านล่าง เพื่อทำการกรอง หรือช้อน ออกไปดำเนินการกำจัด หรือบำบัดต่อไป ซึ่งต่างกับระบบ Water Certain Booth ที่มีการเข้ากันได้ดีของละอองสีกับน้ำ ยิ่งหากไม่มีการเติมน้ำยาแยกตะกอน ย่อมไม่สามารถแยกออกได้ ทำให้บางส่วนที่เป็นละอองจึงถูกดูดขึ้นไปติดในส่วนของใบพัด และท่อระบาย ทำให้เกิดการอุดตันเกิดขึ้น
3. Oil Booth สามารถประหยัดค่า Maintenance Cost ได้มากกว่าในส่วนของ Water Certain Booth
ทั้งนี้จากข้อ 2 ทำให้การซ่อมบำรุงไม่จำเป็นต้องกระทำมากนัก เช่นการทำความสะอาดใบพัด การล้างผนังภายใน Booth
4. Oil Booth ไม่จำเป็นต้องมีระบบบำบัดน้ำเสีย จึงไม่ต้องมีการลงทุนทำ Waste Water Treatment Plant ซึ่งเป็นการลงทุนที่ค้อนข้างแพง และต้องควบคุมระบบให้เป็นไปตามมาตรฐานกำหนด ด้วยเนื่องจากน้ำมันสามารถนำกลับเข้ามาใช้หมุนเวียนใหม่ได้ไม่มีกำหนด แต่ทั้งนี้ควรที่จะต้องมีการกรองน้ำมันเพื่อกำจัดสิ่งสกปรกออก และต้องมีการเติมน้ำมันใหม่ทดแทนในส่วนที่ขาดหายไป และต้องมีการควบคุมค่าความหนืด
5. และข้อดีประการสุดท้าย คือ น้ำมันมีความหนืดมากกว่าน้ำ และเป็นการดูดที่เต็มหน้าผืนม่าน ดังนั้น ละอองสีจึงถูกดูดได้เกือบหมด และด้วยระบบของเขาจะมีถาดหมุนเวียนน้ำมันด้านล่างด้วย ให้นำ้มันมีการเคลื่อนที่ตลอดเวลา ดังนั้น ผุ่นละอองสีจึงไม่ฝุ้งกระจายออกไป ด้วยเหตุนี้ Oil Booth จึงมีความสะอาดกว่า
6. แต่ข้อเสียคือ น้ำมันที่ใช้เป็นน้ำมันไฮดรอลิค ประเภทหนึ่ง ด้วยต้องการความหนืดที่เหมาะสม และเป็นนำ้มันใหม่ จึงมีราคาแพง และถ้ามีปริมาณที่ขาดหายไป อันเนื่องมาจากการทำความสะอาด Booth ทำให่เกิดการทิ้งนำ้มันโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งจะต้องเติมใหม่ ก็จะมีต้นทุนที่แพง อีกทั้งถ้าไม่มีระบบการกรองน้ำมัน ยิ่งต้องมีการเติมน้ำมันใหม่เข้าไป
7. และปัญหาใหญ่คือ การเลอะเทอะ เปรอะเปื้อน จากการที่พนักงานเข้ามาทำความสะอาด หรือ ทำ Preventive Booth จากการใช้น้ำมัน ทำให้ทั้งชุดทำงานและตัวพนักงานมีความเลอะ ทำให้พนักงานไม่ค่อยอยากทำงาน และเกิดการสูญเสียน้ำมันมากกว่าที่ควรจะเป็น
ด้วย New Base Coating Line ที่มี Booth พ่นสีถึง 3 Booth และมีการออกแบบให้เป็น Oil Booth ทั้ง 3 Booth ทั้งนี้บริษัท Asia Kendy จำกัด ซึ่งเป็นผู้สร้างเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการสร้าง Booth แบบนี้ มากว่า 3~4 แห่ง แต่ที่ได้มีโอกาศไปดูคือ ที่บริษัท Daido จำกัด ผู้ซึ่งเป็นผู้ทำการพ่นสี Bumper และชิ้นส่วนอื่นๆให้กับ รถยนต์ Isuzu ซึ่งใช้งาน Oil Booth มากว่า 3~4 ปี และรับรองผลในการใช้
Oil Booth คืออะไร
Oil Booth คือ Booth พ่นสีที่ใช้ม่านที่ดักฝุ่นสีเป็นน้ำมัน (Oil Certain) แทนการใช้น้ำเป็นม่าน (Water Certain) โดยกระบวนการการทำงานอื่นๆยังคงเหมือนเดิม ซึ่งทั้งสองระบบนี้ต่างมีข้อดี ข้อเสีย ต่างกันพอสังเขปดังนี้
1. Oil Booth มีการใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยกว่า ทั้งนี้เนื่องมาจากลักษณะการทำงานของ Booth เป็น Booth ที่ดูดอากาศเต็มผืนหน้าของ Booth ฝุ่นและละอองของสีสามารถเข้าไปกระทบ คลุกเคล้า กับม่านน้ำมันได้ในทันที โดยไม่จำเป็นต้องมีระบบ Ventury ที่ต้องทำให้เกิดการหมุนวนของน้ำและอากาศ (Cyclone) เพื่อคลุกเคล้าฝุ่นผงให้เกาะติดไปกับน้ำ ประกอบกับน้ำมันมีน้ำหนักมากกว่าน้ำ ดังนั้นการลอยตัวขึ้นไปเกาะผนังด้านบนจึงไม่ค่อยเกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้ พัดลมที่นำมาใช้ในการดูดอากาศจึงมีขนาดเล็กกว่า (Oil Certain Booth ใช้ 3~5 Hp ส่วน Water Certain Booth ใช้ 7.5~10 Hp)
2. Oil Booth เนื่องจากธรรมชาติของน้ำมัน ที่จะไม่ยอมรับการเจือปนของสิ่งอื่นๆเข้ามาในตัวมัน ดังนั้น ละอองสีต่างๆ จึงถูกแยกชั้นตกเป็นตะกอน อยู่ด้านล่าง เพื่อทำการกรอง หรือช้อน ออกไปดำเนินการกำจัด หรือบำบัดต่อไป ซึ่งต่างกับระบบ Water Certain Booth ที่มีการเข้ากันได้ดีของละอองสีกับน้ำ ยิ่งหากไม่มีการเติมน้ำยาแยกตะกอน ย่อมไม่สามารถแยกออกได้ ทำให้บางส่วนที่เป็นละอองจึงถูกดูดขึ้นไปติดในส่วนของใบพัด และท่อระบาย ทำให้เกิดการอุดตันเกิดขึ้น
3. Oil Booth สามารถประหยัดค่า Maintenance Cost ได้มากกว่าในส่วนของ Water Certain Booth
ทั้งนี้จากข้อ 2 ทำให้การซ่อมบำรุงไม่จำเป็นต้องกระทำมากนัก เช่นการทำความสะอาดใบพัด การล้างผนังภายใน Booth
4. Oil Booth ไม่จำเป็นต้องมีระบบบำบัดน้ำเสีย จึงไม่ต้องมีการลงทุนทำ Waste Water Treatment Plant ซึ่งเป็นการลงทุนที่ค้อนข้างแพง และต้องควบคุมระบบให้เป็นไปตามมาตรฐานกำหนด ด้วยเนื่องจากน้ำมันสามารถนำกลับเข้ามาใช้หมุนเวียนใหม่ได้ไม่มีกำหนด แต่ทั้งนี้ควรที่จะต้องมีการกรองน้ำมันเพื่อกำจัดสิ่งสกปรกออก และต้องมีการเติมน้ำมันใหม่ทดแทนในส่วนที่ขาดหายไป และต้องมีการควบคุมค่าความหนืด
5. และข้อดีประการสุดท้าย คือ น้ำมันมีความหนืดมากกว่าน้ำ และเป็นการดูดที่เต็มหน้าผืนม่าน ดังนั้น ละอองสีจึงถูกดูดได้เกือบหมด และด้วยระบบของเขาจะมีถาดหมุนเวียนน้ำมันด้านล่างด้วย ให้นำ้มันมีการเคลื่อนที่ตลอดเวลา ดังนั้น ผุ่นละอองสีจึงไม่ฝุ้งกระจายออกไป ด้วยเหตุนี้ Oil Booth จึงมีความสะอาดกว่า
6. แต่ข้อเสียคือ น้ำมันที่ใช้เป็นน้ำมันไฮดรอลิค ประเภทหนึ่ง ด้วยต้องการความหนืดที่เหมาะสม และเป็นนำ้มันใหม่ จึงมีราคาแพง และถ้ามีปริมาณที่ขาดหายไป อันเนื่องมาจากการทำความสะอาด Booth ทำให่เกิดการทิ้งนำ้มันโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งจะต้องเติมใหม่ ก็จะมีต้นทุนที่แพง อีกทั้งถ้าไม่มีระบบการกรองน้ำมัน ยิ่งต้องมีการเติมน้ำมันใหม่เข้าไป
7. และปัญหาใหญ่คือ การเลอะเทอะ เปรอะเปื้อน จากการที่พนักงานเข้ามาทำความสะอาด หรือ ทำ Preventive Booth จากการใช้น้ำมัน ทำให้ทั้งชุดทำงานและตัวพนักงานมีความเลอะ ทำให้พนักงานไม่ค่อยอยากทำงาน และเกิดการสูญเสียน้ำมันมากกว่าที่ควรจะเป็น
ด้วย New Base Coating Line ที่มี Booth พ่นสีถึง 3 Booth และมีการออกแบบให้เป็น Oil Booth ทั้ง 3 Booth ทั้งนี้บริษัท Asia Kendy จำกัด ซึ่งเป็นผู้สร้างเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการสร้าง Booth แบบนี้ มากว่า 3~4 แห่ง แต่ที่ได้มีโอกาศไปดูคือ ที่บริษัท Daido จำกัด ผู้ซึ่งเป็นผู้ทำการพ่นสี Bumper และชิ้นส่วนอื่นๆให้กับ รถยนต์ Isuzu ซึ่งใช้งาน Oil Booth มากว่า 3~4 ปี และรับรองผลในการใช้
![]() | ||||
| รูปแบบของ Oil Booth |
![]() | |
| แสดงหน้าม่านซึ่งเป็นน้ำมันของ Oil Booth |
Friday, October 1, 2004
ก่อตั้งบริษัทลูก ลำดับที่ 2 บริษัท Cubic Classic จำกัด
1 ตุลาคม 2547
Cubic Classic เป็นบริษัทลูกของ TCT อันเกิดมาจากความคิดของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง อันประกอบด้วย 1. Mr.Anndy : Owner Cubic Singapore 2. Mr.Christopher Lim : นักธุรกิจชาว Singapore 3. คุณมีศักดิ์ นักธุรกิจด้าน Computer และเจ้าของบริษัท Jinan และ 4. คุณธวัฒน์ชัย พิริยะกุลชัย นักธุรกิจนำเข้าเครื่องจักรกลเกษตร และเจ้าของบริษัท Bangkok PRY ได้มีความเห็นในการทำธุรกิจ Cubic Printing ในเมืองไทย เพื่อทำการ Support โดยส่งออกให้กับ Cubic Singapore และด้วย TCT เป็นเจ้าของ License ในเมืองไทย จึงร่วมกันก่อตั้งบริษัท Cubic Classic
Cubic Classic Co., Ltd. มีสถานที่ตั้งอยู่ที่ เมืองปทุมธานี พื้นที่ในการดำเนินการประมาณเกือบ 2 ไร่ ทุนจดทะเบียน เริ่มต้นที่ 2 ล้านบาท วิธีการทำงาน เป็นแบบชุบด้วยมือ (Manual Dipping) ลงทุนในการดำเนินการ ประมาณ ล้านกว่าบาท ถือเป็นต้นแบบในการออกแบบ Cubic Printing Process ที่ใช้เงินลงทุนที่น้อยที่สุด
ผู้ก่อการ จากซ้ายไปขวา : คุณธวัฒน์ชัย, คุณพิศนุ, คุณมีศักดิ์, Mr.Christopher, Mr.Andy, คุณเวทิต และคุณสุรเจตน์
สถานที่ : ริมท่าเรือ ด้านหลังเป็นสิงโตน้ำ สัญญลักษณ์ของเมือง Singapore, ประเทศ Singapore
ลงนามสัญญา Sub-Licensee : จากรูป ซ้ายมาขวา แถวหน้า : คุณวิภูสนาภรณ์ (แก้ว)(Marketing Manager; TCT), Mr.Wakabayashi : Cubic (Japan) 's Prepsident, คุณสุรเจตน์, คุณมีศักดิ์
แถวหลัง : คุณปริญญา (Sale Manager ; TCT), คุณเวทิต (MD of TCT), คุณธวัฒน์ชัย, และคุณพิศนุ
ประชุมผู้ถือหุ้น
Cubic Classic เป็นบริษัทลูกของ TCT อันเกิดมาจากความคิดของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง อันประกอบด้วย 1. Mr.Anndy : Owner Cubic Singapore 2. Mr.Christopher Lim : นักธุรกิจชาว Singapore 3. คุณมีศักดิ์ นักธุรกิจด้าน Computer และเจ้าของบริษัท Jinan และ 4. คุณธวัฒน์ชัย พิริยะกุลชัย นักธุรกิจนำเข้าเครื่องจักรกลเกษตร และเจ้าของบริษัท Bangkok PRY ได้มีความเห็นในการทำธุรกิจ Cubic Printing ในเมืองไทย เพื่อทำการ Support โดยส่งออกให้กับ Cubic Singapore และด้วย TCT เป็นเจ้าของ License ในเมืองไทย จึงร่วมกันก่อตั้งบริษัท Cubic Classic
Cubic Classic Co., Ltd. มีสถานที่ตั้งอยู่ที่ เมืองปทุมธานี พื้นที่ในการดำเนินการประมาณเกือบ 2 ไร่ ทุนจดทะเบียน เริ่มต้นที่ 2 ล้านบาท วิธีการทำงาน เป็นแบบชุบด้วยมือ (Manual Dipping) ลงทุนในการดำเนินการ ประมาณ ล้านกว่าบาท ถือเป็นต้นแบบในการออกแบบ Cubic Printing Process ที่ใช้เงินลงทุนที่น้อยที่สุด
ผู้ก่อการ จากซ้ายไปขวา : คุณธวัฒน์ชัย, คุณพิศนุ, คุณมีศักดิ์, Mr.Christopher, Mr.Andy, คุณเวทิต และคุณสุรเจตน์
สถานที่ : ริมท่าเรือ ด้านหลังเป็นสิงโตน้ำ สัญญลักษณ์ของเมือง Singapore, ประเทศ Singapore
ลงนามสัญญา Sub-Licensee : จากรูป ซ้ายมาขวา แถวหน้า : คุณวิภูสนาภรณ์ (แก้ว)(Marketing Manager; TCT), Mr.Wakabayashi : Cubic (Japan) 's Prepsident, คุณสุรเจตน์, คุณมีศักดิ์
แถวหลัง : คุณปริญญา (Sale Manager ; TCT), คุณเวทิต (MD of TCT), คุณธวัฒน์ชัย, และคุณพิศนุ
ประชุมผู้ถือหุ้น
Monday, July 5, 2004
การขยายโรงงานที่ 2 : New Base Coating Line
3 กรกฏาคม 2547
ด้วยมีความต้องการในการผลิตในงานการชุบลาย (Transferring) มากขึ้น และงานส่วนใหญ่ต้องทำสีพื้น (Base Coating) ก่อนการนำไปชุบลาย ทำให้ความสามารถในการผลิต (Capability) ในการทำสีพื้นไม่เพียงพอ
ประกอบกับมีแนวทาง/นโยบายในการขยายตลาด เพื่อรองรับกับงานพ่นสีที่มีตลาดที่กว้างกว่า ทั้งงานที่เป็นการพ่นสีเพื่อขายอย่างเดียว และการทำการพ่นสีให้เป็นสีเดียวกันกับสีของรถยนต์ (Body Color)
ดังนั้น จึงมีความเห็นร่วมกันในการขยายกำลังการผลิต อันเป็นที่มาของการสร้างโรงงานที่ 2 ขึ้น
การดำเนินงาน แบ่งออกเป็น 2 เรื่องใหญ่ๆ ด้วยกันคือ
1. Base Coating Line เพื่อรองรับการสีพื้น (Base Coating) และรองรับการรับจ้างพ่นสี Body Color
2. พื้นที่เก็บสินค้า หรือชิ้นงาน ที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคตอันใกล้ พร้อมทั้ง ส่วนสำนักงาน ห้องประชุมขนาดใหญ่เพื่อรองรับการฝึกอบรม โดยให้สามารถบรรจุพนักงานได้ 50 คน
ทั้งนี้ได้ติดต่อ บริษัท SPI เพื่อขอเช่าพื้นที่เพิ่ม พร้อมทั้งให้สร้างอาคารเพิ่ม
1. การขอเช่าพื้นที่เพิ่ม หรือขยายพื้นที่เพื่อรองรับการผลิตเพิ่ม
ได้เลือกอาคาร(ร้าง)เก่าที่เคยเป็น โรงงานผลิตยางในจักรยาน คือบริษัท ไทย คลีเม้นท์ จำกัด เดิมซึ่งปัจจุบันไม่มีการผลิตแล้ว (อาคารเดิม) ขนาด 30x24 เมตร หรือ 720 ตร.เมตร และของขยายอาคารเพิ่มเติม โดยได้ขอขยายพื้นที่มาทางส่วนหน้า โดยให้ห่างจากถนนประมาณ 22 เมตร ในขนาด 50x24 เมตร หรือ 1200 ตร.เมตร รวม 1,920 ตร.เมตร
ได้ทำการขึ้นเสาเอก ในต้นเดือน พฤศจิกายน 2546 และ ก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือน เมษายน 2547 โดย บริษัท พิทักษ์กิจ จำกัด เป็นผู้ดำเนินการ ทั้งนี้ บริษัท SPI จำกัด เป็นผู้ออกทุน และให้ TCT เป็นผู้เช่า โดยมีระยะเวลา ปลอดค่าเช่า จนถึงเดือน มกราคม 2548
2. เพิ่ม Base Coating Line เป็นระบบ Trolley Overhead Conveyor ขนาด 3 Painting Booth ซึ่งประกอบด้วย Primer Booth จำนวน 1 Booth, Base Coating Booth จำนวน 1 Booth (Wet on Wet System) และ Top Coating Booth จำนวน 1 Booth โดยกำหนด Flash Time 5 นาที พร้อมเตาอบ ทั้งนี้ได้ให้ บริษัท Asia Kendy จำกัด เป็นผู้ดำเนินการสร้าง
อนึ่ง Painting Booths ทั้งหมดนี้ เป็นระบบ Oil Booth ซึ่งไม่จำเป็นที่จะต้องมีระบบบำบัดน้ำเสีย และใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยกว่าแบบม่านน้ำ
การสร้างและติดตั้ง Base Coating Line แล้วเสร็จในเดือน กรกฏาคม 2547 แล้วทดลองผลิต สามารถเดินเครื่องจักรได้ในราวเดิน กันยายน 2547
3. งบประมาณในการดำเนินการ เป็นดังนี้
3.1 Base Coating Line เป็นเงิน 9,500,000.00 บาท
3.2 Air Compressor Machine เป็นเงิน 400,000.00 บาท
3.3 Electric City System เป็นเงิน 670,000 บาท และ
3.4 เพิ่มเติม อาคาร สำหรับรองรับงานขัด เป็น 2 ชั้น เป็นเงิน 1,430,000.00 บาท
รวมเป็นงบประมาณทั้งสิ้น 12,000,000.00 บาท
ด้วยมีความต้องการในการผลิตในงานการชุบลาย (Transferring) มากขึ้น และงานส่วนใหญ่ต้องทำสีพื้น (Base Coating) ก่อนการนำไปชุบลาย ทำให้ความสามารถในการผลิต (Capability) ในการทำสีพื้นไม่เพียงพอ
ประกอบกับมีแนวทาง/นโยบายในการขยายตลาด เพื่อรองรับกับงานพ่นสีที่มีตลาดที่กว้างกว่า ทั้งงานที่เป็นการพ่นสีเพื่อขายอย่างเดียว และการทำการพ่นสีให้เป็นสีเดียวกันกับสีของรถยนต์ (Body Color)
ดังนั้น จึงมีความเห็นร่วมกันในการขยายกำลังการผลิต อันเป็นที่มาของการสร้างโรงงานที่ 2 ขึ้น
การดำเนินงาน แบ่งออกเป็น 2 เรื่องใหญ่ๆ ด้วยกันคือ
1. Base Coating Line เพื่อรองรับการสีพื้น (Base Coating) และรองรับการรับจ้างพ่นสี Body Color
2. พื้นที่เก็บสินค้า หรือชิ้นงาน ที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคตอันใกล้ พร้อมทั้ง ส่วนสำนักงาน ห้องประชุมขนาดใหญ่เพื่อรองรับการฝึกอบรม โดยให้สามารถบรรจุพนักงานได้ 50 คน
ทั้งนี้ได้ติดต่อ บริษัท SPI เพื่อขอเช่าพื้นที่เพิ่ม พร้อมทั้งให้สร้างอาคารเพิ่ม
1. การขอเช่าพื้นที่เพิ่ม หรือขยายพื้นที่เพื่อรองรับการผลิตเพิ่ม
ได้เลือกอาคาร(ร้าง)เก่าที่เคยเป็น โรงงานผลิตยางในจักรยาน คือบริษัท ไทย คลีเม้นท์ จำกัด เดิมซึ่งปัจจุบันไม่มีการผลิตแล้ว (อาคารเดิม) ขนาด 30x24 เมตร หรือ 720 ตร.เมตร และของขยายอาคารเพิ่มเติม โดยได้ขอขยายพื้นที่มาทางส่วนหน้า โดยให้ห่างจากถนนประมาณ 22 เมตร ในขนาด 50x24 เมตร หรือ 1200 ตร.เมตร รวม 1,920 ตร.เมตร
ได้ทำการขึ้นเสาเอก ในต้นเดือน พฤศจิกายน 2546 และ ก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือน เมษายน 2547 โดย บริษัท พิทักษ์กิจ จำกัด เป็นผู้ดำเนินการ ทั้งนี้ บริษัท SPI จำกัด เป็นผู้ออกทุน และให้ TCT เป็นผู้เช่า โดยมีระยะเวลา ปลอดค่าเช่า จนถึงเดือน มกราคม 2548
2. เพิ่ม Base Coating Line เป็นระบบ Trolley Overhead Conveyor ขนาด 3 Painting Booth ซึ่งประกอบด้วย Primer Booth จำนวน 1 Booth, Base Coating Booth จำนวน 1 Booth (Wet on Wet System) และ Top Coating Booth จำนวน 1 Booth โดยกำหนด Flash Time 5 นาที พร้อมเตาอบ ทั้งนี้ได้ให้ บริษัท Asia Kendy จำกัด เป็นผู้ดำเนินการสร้าง
อนึ่ง Painting Booths ทั้งหมดนี้ เป็นระบบ Oil Booth ซึ่งไม่จำเป็นที่จะต้องมีระบบบำบัดน้ำเสีย และใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยกว่าแบบม่านน้ำ
การสร้างและติดตั้ง Base Coating Line แล้วเสร็จในเดือน กรกฏาคม 2547 แล้วทดลองผลิต สามารถเดินเครื่องจักรได้ในราวเดิน กันยายน 2547
3. งบประมาณในการดำเนินการ เป็นดังนี้
3.1 Base Coating Line เป็นเงิน 9,500,000.00 บาท
3.2 Air Compressor Machine เป็นเงิน 400,000.00 บาท
3.3 Electric City System เป็นเงิน 670,000 บาท และ
3.4 เพิ่มเติม อาคาร สำหรับรองรับงานขัด เป็น 2 ชั้น เป็นเงิน 1,430,000.00 บาท
รวมเป็นงบประมาณทั้งสิ้น 12,000,000.00 บาท
Saturday, February 28, 2004
ผลิตภัณฑ์ใหม่ : การตกแต่งภายในรถยนต์ Ford ; Ford Operation (Thailand) Co., Ltd., General Seating (Thailand) Co., Ltd., Thai Nippon Seiki Co., Ltd.
28 กุมภาพันธ์ 2547 (2004)
Ford ถือเป็นชื่อของรถยน๖ืที่มีชื่อเสียงระดับโลกรายหนึ่ง ที่เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในนามของ "Big 3" หรือสามผู้ยิ่งใหญ่ในวงการรถยนต์ อันประด้วย Ford, General Motor (GM) และ Crysler และทั้งสามยังเป็นผู้ออกแแบระบบคุณภาพสากลที่ใช้เฉพาะกับวงการผลิตรถยนต์และชิ้นส่วน ที่เรียกกันว่า QS ซึ่งในปัจจุบัน เรารู้จักกันทั่วไปในนาม ISO/TS 16949
Ford มีการใช้บริการ Cubic printing มาตั้งแต่ปี 2545 แต่ไม่เป็นการนำขิ้นงานที่ผ่านการตกแต่งแล้วไปติดตั้งในรถยนต์โดยตรง แต่เป็นการนำไปประกอบภายหลัง และ/หรือ มีการทำเฉพาะบางชิ้นส่วนเท่านั้น เช่น Meter Hood เป็นต้น แต่ในครั้งนี้เป็นการนำเข้าไปประกอบในสายการผลิต และมีจำนวนชิ้นงานเพิ่มมากขึ้นจากเดิม ทั้งส่วนที่เป็น Window Switch Panel จึงทำให้ต้องเพิ่มผู้ผลิตชิ้นงานเข้ามาด้วย
Ford ถือเป็นชื่อของรถยน๖ืที่มีชื่อเสียงระดับโลกรายหนึ่ง ที่เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในนามของ "Big 3" หรือสามผู้ยิ่งใหญ่ในวงการรถยนต์ อันประด้วย Ford, General Motor (GM) และ Crysler และทั้งสามยังเป็นผู้ออกแแบระบบคุณภาพสากลที่ใช้เฉพาะกับวงการผลิตรถยนต์และชิ้นส่วน ที่เรียกกันว่า QS ซึ่งในปัจจุบัน เรารู้จักกันทั่วไปในนาม ISO/TS 16949
Ford มีการใช้บริการ Cubic printing มาตั้งแต่ปี 2545 แต่ไม่เป็นการนำขิ้นงานที่ผ่านการตกแต่งแล้วไปติดตั้งในรถยนต์โดยตรง แต่เป็นการนำไปประกอบภายหลัง และ/หรือ มีการทำเฉพาะบางชิ้นส่วนเท่านั้น เช่น Meter Hood เป็นต้น แต่ในครั้งนี้เป็นการนำเข้าไปประกอบในสายการผลิต และมีจำนวนชิ้นงานเพิ่มมากขึ้นจากเดิม ทั้งส่วนที่เป็น Window Switch Panel จึงทำให้ต้องเพิ่มผู้ผลิตชิ้นงานเข้ามาด้วย
Wednesday, December 31, 2003
ผลประกอบการประจำปี 2546 : ผลิตเพื่ออุตสาหกรรมยานยนต์
31 ธันวาคม 2546 (2003)
สำหรับการดำเนินการของบริษัทฯในปีนี้ จากลูกค้าที่ยอดการสั่งซื้อทั้งหมด รวม 52 ราย พบว่าร้อยละ 50 เป็นลูกค้าในอุตสาหกรรมรถยนต์ ดังนั้น ถึงแม้ว่าในปีที่ผ่านมา 2545 (2002) เราจะบอกว่า "เราเข้าสู่วงการอุตสาหกรรมยานยนต์เต็มตัว" ซึ่งในปีนี้ยังคงการผลิตที่ต่อเนื่องสำหรับการลิตเพื่ออุตสาหกรรมยานยนต์ ที่เป็น OEM ทั้งนี้ไม่รวมในส่วนที่เป็น After Market ที่จำนวนของลูกค้าที่เข้ามาลดลงไปจากปีที่ผ่านมา แต่ยังคงมีลูกค้าเป็นบริษัทที่ไม่ได้อยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ อาทิ ILC, S&J เป็นต้น ในปริมาณการสั่งซื้อทั้งปี ที่กว่า 4 ล้านบาท
สำหรับในปีนี้ (2546 : 2003) ลูกค้าที่มียอดการสั่งซื้อสูงสุด 8 ใน 10 บริษัท ล้วนเป็นบริษัทที่ทำการผลิตผลิตภัณฑ์ป้อนให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งสิ้น โดยมี บจก. Siam Nissan Automobile (SNA) มียอดการสั่งซื้อสูงที่สุด และนับเป็นเวลา 5 ปีติดต่อกัน แต่ที่น่าสังเกตคือ ถึงแม้ยอดการสั่งซื้อของ SNA ในปีนี้จะเป็นยอดการสั่งซื้อที่สูงที่สุด แต่เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา พบว่า SNA มียอดการสั่งซื้อลดลงถึง 27.46 ล้านบาท หรือลดลงไป 64.39% จากปีที่ผ่านมา แสดงถึง ปริมาณการผลิตผลิตภัณฑ์ของ SNA ที่มีการตกแต่งชิ้นงานด้วย Cubic Printing Technology มีการผลิตที่ลดลง
และเช่นกัน ลูกค้าอีกกลุ่มที่มีการเติบโตขึ้นมา จากปี 2545 (2002) อย่างมาก คือ กลุ่มของผู้ที่ผลิตชิ้นส่วนให้กับ รถยนต์ Honda อันได้แก่ บจก. KUMI (Thailand) และ TS Tech (Thailand) และ บจก. นำยงอุตสาหกรรมเคมี ที่มียอดการสั่งซื้อในปีนี้เพิ่มมากขึ้น
และในปีนี้ (2546 (2003)) เช่นกัน เป็นปีที่เราทำการผลิตพวงมาลัย (Steering Wheel)ให้กับรถยนต์ค่าย Toyota เพิ่มมากขึ้น สำหรับรถยนต์ Toyota รุ่น Collora (Model 316)
ดังนั้น เราสามารถบอกได้เช่นกันว่า รถยนต์ที่มีการประกอบในเมืองไทย ทุกยี่ห้อ เลือกใช้ Cubic Printing Technology โดยให้ บจก. ไทยคิวบิค เทคโนโลยี เป็นผู้ทำการผลิต สำหรับการตกแต่งชิ้นส่วนภายในรถยนต์ของเขา แต่เพียงผู้เดียว
ด้วยเหตุนี้ ผลประกอบการประจำปี 2546 (2003) เราสามารถทำยอดขายได้รวม 135.56 ล้านบาท นับว่าเป็นจำนวนยอดขายที่สูงที่สุด ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯมา และสูงกว่าปีที่ผ่านมา 49% หรือคิดเป็นจำนวนเงิน 44.83 ล้านบาท
สำหรับ ลูกค้าที่มียอดการสั่งซื้อสูงสุด 10 แรก ได้แก่
1. บจก. Siam Nissan Automobile มียอดการสั่งซื้อรวม 15.190 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการของปีนี้ เรายังคงสามารถทำกำไรก่อนการหักภาษี ได้เป็นจำนวนเงิน 11.051 ล้านบาท หรือทำได้สูงกว่าในปีที่ผ่านมา 55%
สำหรับรายละเอียดของผลประกอบการเป็นรายละเอียดข่างล่างนี้
สำหรับการดำเนินการของบริษัทฯในปีนี้ จากลูกค้าที่ยอดการสั่งซื้อทั้งหมด รวม 52 ราย พบว่าร้อยละ 50 เป็นลูกค้าในอุตสาหกรรมรถยนต์ ดังนั้น ถึงแม้ว่าในปีที่ผ่านมา 2545 (2002) เราจะบอกว่า "เราเข้าสู่วงการอุตสาหกรรมยานยนต์เต็มตัว" ซึ่งในปีนี้ยังคงการผลิตที่ต่อเนื่องสำหรับการลิตเพื่ออุตสาหกรรมยานยนต์ ที่เป็น OEM ทั้งนี้ไม่รวมในส่วนที่เป็น After Market ที่จำนวนของลูกค้าที่เข้ามาลดลงไปจากปีที่ผ่านมา แต่ยังคงมีลูกค้าเป็นบริษัทที่ไม่ได้อยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ อาทิ ILC, S&J เป็นต้น ในปริมาณการสั่งซื้อทั้งปี ที่กว่า 4 ล้านบาท
สำหรับในปีนี้ (2546 : 2003) ลูกค้าที่มียอดการสั่งซื้อสูงสุด 8 ใน 10 บริษัท ล้วนเป็นบริษัทที่ทำการผลิตผลิตภัณฑ์ป้อนให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งสิ้น โดยมี บจก. Siam Nissan Automobile (SNA) มียอดการสั่งซื้อสูงที่สุด และนับเป็นเวลา 5 ปีติดต่อกัน แต่ที่น่าสังเกตคือ ถึงแม้ยอดการสั่งซื้อของ SNA ในปีนี้จะเป็นยอดการสั่งซื้อที่สูงที่สุด แต่เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา พบว่า SNA มียอดการสั่งซื้อลดลงถึง 27.46 ล้านบาท หรือลดลงไป 64.39% จากปีที่ผ่านมา แสดงถึง ปริมาณการผลิตผลิตภัณฑ์ของ SNA ที่มีการตกแต่งชิ้นงานด้วย Cubic Printing Technology มีการผลิตที่ลดลง
และเช่นกัน ลูกค้าอีกกลุ่มที่มีการเติบโตขึ้นมา จากปี 2545 (2002) อย่างมาก คือ กลุ่มของผู้ที่ผลิตชิ้นส่วนให้กับ รถยนต์ Honda อันได้แก่ บจก. KUMI (Thailand) และ TS Tech (Thailand) และ บจก. นำยงอุตสาหกรรมเคมี ที่มียอดการสั่งซื้อในปีนี้เพิ่มมากขึ้น
และในปีนี้ (2546 (2003)) เช่นกัน เป็นปีที่เราทำการผลิตพวงมาลัย (Steering Wheel)ให้กับรถยนต์ค่าย Toyota เพิ่มมากขึ้น สำหรับรถยนต์ Toyota รุ่น Collora (Model 316)
ดังนั้น เราสามารถบอกได้เช่นกันว่า รถยนต์ที่มีการประกอบในเมืองไทย ทุกยี่ห้อ เลือกใช้ Cubic Printing Technology โดยให้ บจก. ไทยคิวบิค เทคโนโลยี เป็นผู้ทำการผลิต สำหรับการตกแต่งชิ้นส่วนภายในรถยนต์ของเขา แต่เพียงผู้เดียว
ด้วยเหตุนี้ ผลประกอบการประจำปี 2546 (2003) เราสามารถทำยอดขายได้รวม 135.56 ล้านบาท นับว่าเป็นจำนวนยอดขายที่สูงที่สุด ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯมา และสูงกว่าปีที่ผ่านมา 49% หรือคิดเป็นจำนวนเงิน 44.83 ล้านบาท
สำหรับ ลูกค้าที่มียอดการสั่งซื้อสูงสุด 10 แรก ได้แก่
1. บจก. Siam Nissan Automobile มียอดการสั่งซื้อรวม 15.190 ล้านบาท
2. บจก. Toyoda Gosei (Thailand) มียอดการสั่งซื้อรวม 12.377 ล้านบาท
3. บจม. TS Tech (Thailand) มียอดการสั่งซื้อรวม 10.007 ล้านบาท
4. บจม. Kumi (Thailand) มียอดการสั่งซื้อรวม 9.794 ล้านบาท
5. บจก. ไทยตรินิตรี้ มียอดการสั่งซื้อรวม 6.137 ล้านบาท
6. บจก. เอส แอนด์ เจ อินเตอร์เนชั่นแนล ยอดการสั่งซื้อรวม 3.045 ล้านบาท
7. บจก. นำยงอุตสาหกรรมเคมี มียอดการสั่งซื้อรวม 2.223 ล้านบาท
8. บจม. Union Plastic Public ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ มียอดการสั่งซื้อรวม 2.221 ล้านบาท
9. บจก. ไทยอัลติเมทคาร์ มียอดการสั่งซื้อรวม 1.697 ล้านบาท
10. และ บริษัทอื่นๆอีก 26 บริษัท ซึ่งมียอดการสั่งซื้อรวม 72.87 ล้านบาท หรือ 53.76 % ของยอดการสั่งซื้อทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการของปีนี้ เรายังคงสามารถทำกำไรก่อนการหักภาษี ได้เป็นจำนวนเงิน 11.051 ล้านบาท หรือทำได้สูงกว่าในปีที่ผ่านมา 55%
สำหรับรายละเอียดของผลประกอบการเป็นรายละเอียดข่างล่างนี้
Thursday, December 11, 2003
ครบรอบ 10 ปี ไทยคิวบิคเทคโนโลยี
11 ธันวาคม 2546
บริษัท ไทยคิวบิคเทคโนโลยี จำกัด ปีนี้ได้ประกอบกิจการครบรอบ 10 ปีแล้ว ในโอกาศนี้ จึงได้ทำการเปิดห้องพ่นสี ด้วยเทคโนโลยี ใหม่ทันสมัยด้วยการพ่นด้วยหุ่นยนต์ ทั้งนี้ได้เรียนเชิญ คุณบุญสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ศรีราชา มาเป็นประธานในพิธี และเชิญ Mr.Wakabayashi : Cubic (Japan) 's President มาร่วมเป็นรองประธานงานเช่นกัน อีกทั้ง คุณบุญเกียรติ์ โชควัฒนา ประธานบริษัทฯ คุณเวทิต โชควัฒนา กรรมการผู้จัดการ เป็นผู้ต้อนรับ
ในงานจัดให้มี พิธีสงฆ์ วางแผ่นป้ายของ10 รายของผู้มีอุปการะคุณสูงสุดของบริษัทฯ พร้อมทั้งการเปิดใช้ห้องพ่นสีด้วยหุ่นยนต์ใหม่
บริษัท ไทยคิวบิคเทคโนโลยี จำกัด ปีนี้ได้ประกอบกิจการครบรอบ 10 ปีแล้ว ในโอกาศนี้ จึงได้ทำการเปิดห้องพ่นสี ด้วยเทคโนโลยี ใหม่ทันสมัยด้วยการพ่นด้วยหุ่นยนต์ ทั้งนี้ได้เรียนเชิญ คุณบุญสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ศรีราชา มาเป็นประธานในพิธี และเชิญ Mr.Wakabayashi : Cubic (Japan) 's President มาร่วมเป็นรองประธานงานเช่นกัน อีกทั้ง คุณบุญเกียรติ์ โชควัฒนา ประธานบริษัทฯ คุณเวทิต โชควัฒนา กรรมการผู้จัดการ เป็นผู้ต้อนรับ
ในงานจัดให้มี พิธีสงฆ์ วางแผ่นป้ายของ10 รายของผู้มีอุปการะคุณสูงสุดของบริษัทฯ พร้อมทั้งการเปิดใช้ห้องพ่นสีด้วยหุ่นยนต์ใหม่
![]() | |||
| ร่วมวางป้าย บริษัท ไทยคิวบิค เทคโนโลยี จำกัด |
![]() | |||
| ร่วมกดปุ่มเปิดการทำงานของหุ่นยนต์ |
![]() |
| คุณเวทิต โชควัฒนา และคุณบุญสิทธิ์ โชควัฒนา |
![]() |
| ห้องพ่นสีด้วยหุ่นยนต์ |
![]() |
| Mr.Wakabayashi และ คุณบุญสิทธิ์ โชควัฒนา |
Tuesday, September 30, 2003
ผลิตภัณฑ์ใหม่ : Toyota Accessory ; Toyota Motor Asia Pacific Pte., Ltd.
30 กันยายน 2546 (2003)
สืบเนื่องการตกแต่งอุปกรณ์ภายในรถยนต์ Toyota ในรถยนต์รุ่นต่างๆ แต่ยังมีบางรุ่น หรือบาง Segment ที่ไม่ได้ถูกนำมาทำการตกแต่งลายไม้ เช่นในรถยนต์รุ่น Toyota Camry จะมีการตกแต่งด้วยลายไม้เฉพาะ รุ่น Top และรอง Top เท่านั้น และเช่นกันในรถยนต์รุ่นอื่นๆของ Toyota
ด้วยยังมีความต้องการของผู้ใช้ที่เรียกร้อง ประกอบกับมีการนำผลิตภัณฑ์เคลือบลายไม้ของที่อื่นเข้ามาทำตลาดใน Show Room Toyota ซึ่งมิใช่ลายเดียวกันกับ Toyota ที่ใช้อยู่
ดังนั้น เพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว TMTจึงทำการตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมารองรับ เพื่อทำการขาย Accessory ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอะไร โดยให้ครอบคลุมถึงทั่วทั้งเอเซียแปซิฟิค ในชื่อว่า Toyota Motor Asia Pacific Pte., Ltd. หรือ TMAP และให้ดำเนินการผลิตสินค้าในนาม Toyota เพื่อส่งขาย
ในการนี้ เพื่อให้สามารถในการผลิต และสามารถตองสนองความต้องการของลูกค้าคือ Toyota ได้ ประกอบกับมีบริษัทลูก (Sun Color ; Cubic) รองรับ บริษัทฯ จึงโอนการผลิต Accesory นี้ให้บริษัทนี้ดำเนินการผลิตภายในการควบคุม และดูแลของ TCT
สืบเนื่องการตกแต่งอุปกรณ์ภายในรถยนต์ Toyota ในรถยนต์รุ่นต่างๆ แต่ยังมีบางรุ่น หรือบาง Segment ที่ไม่ได้ถูกนำมาทำการตกแต่งลายไม้ เช่นในรถยนต์รุ่น Toyota Camry จะมีการตกแต่งด้วยลายไม้เฉพาะ รุ่น Top และรอง Top เท่านั้น และเช่นกันในรถยนต์รุ่นอื่นๆของ Toyota
ด้วยยังมีความต้องการของผู้ใช้ที่เรียกร้อง ประกอบกับมีการนำผลิตภัณฑ์เคลือบลายไม้ของที่อื่นเข้ามาทำตลาดใน Show Room Toyota ซึ่งมิใช่ลายเดียวกันกับ Toyota ที่ใช้อยู่
ดังนั้น เพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว TMTจึงทำการตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมารองรับ เพื่อทำการขาย Accessory ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอะไร โดยให้ครอบคลุมถึงทั่วทั้งเอเซียแปซิฟิค ในชื่อว่า Toyota Motor Asia Pacific Pte., Ltd. หรือ TMAP และให้ดำเนินการผลิตสินค้าในนาม Toyota เพื่อส่งขาย
ในการนี้ เพื่อให้สามารถในการผลิต และสามารถตองสนองความต้องการของลูกค้าคือ Toyota ได้ ประกอบกับมีบริษัทลูก (Sun Color ; Cubic) รองรับ บริษัทฯ จึงโอนการผลิต Accesory นี้ให้บริษัทนี้ดำเนินการผลิตภายในการควบคุม และดูแลของ TCT
Wednesday, July 30, 2003
ผลิตภัณฑ์ใหม่ : Yamaha ; บจก. ยามาฮ่ามอเตอร์
30 กรกฏาคม 2546 (2003)
มอเตอร์ไซค์ เป็นชื่อที่เรียกรถจักรยานยนต์ตามคำทับศัพท์ในภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นยานยนต์ที่มีจำนวนมากที่สุดในปัจจุบัน มีกันกล่าวกันว่า ปัจจุบันมีจำนวนปริมาณรถจักรยานยนต์กว่า 6 ล้านคันที่วิ่งอยู่ในประเทศไทย และมีปริมาณการผลิตรวมทุกยี่ห้อไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นคันต่อเดือน
"Yamaha" เป็นยี่ห้อหนึ่งของรถมอเตอร์ไซค์ที่มีขายอยู่ในตลาด แต่เดิมเมื่อประมาณ 10 กว่าปีก่อน Yamaha เป็นผู้ครองส่วนแบ่งการตลาดของมอเตอร์ไซค์สูงสุด เกือบ 70% ของตลาด แต่ปัจจุบันนี้ส่วนแบ่งของการตลาดได้เปลี่ยนแปลงไปเป็น Honda มีส่วนแบ่งการตลาดถึง 60~70% ในขณะที่ Yamaha มีส่วนแบ่งการตลาดเหลือเพียง 20~30% เท่านั้น
ดังนั้น การนำ Cuic Printing Technology เข้าไปช่วยเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด จึงเป็นสิ่งที่ Yamaha ได้นำไปใช้ในการออกสินค้าตัวใหม่ แต่ด้วยในครั้งนี้เป็นการนำผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่มาทำการปรับปรุง จึงทำให้ปริมาณการสั่งซื้อจึงไม่มากนัก
มอเตอร์ไซค์ เป็นชื่อที่เรียกรถจักรยานยนต์ตามคำทับศัพท์ในภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นยานยนต์ที่มีจำนวนมากที่สุดในปัจจุบัน มีกันกล่าวกันว่า ปัจจุบันมีจำนวนปริมาณรถจักรยานยนต์กว่า 6 ล้านคันที่วิ่งอยู่ในประเทศไทย และมีปริมาณการผลิตรวมทุกยี่ห้อไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นคันต่อเดือน
"Yamaha" เป็นยี่ห้อหนึ่งของรถมอเตอร์ไซค์ที่มีขายอยู่ในตลาด แต่เดิมเมื่อประมาณ 10 กว่าปีก่อน Yamaha เป็นผู้ครองส่วนแบ่งการตลาดของมอเตอร์ไซค์สูงสุด เกือบ 70% ของตลาด แต่ปัจจุบันนี้ส่วนแบ่งของการตลาดได้เปลี่ยนแปลงไปเป็น Honda มีส่วนแบ่งการตลาดถึง 60~70% ในขณะที่ Yamaha มีส่วนแบ่งการตลาดเหลือเพียง 20~30% เท่านั้น
ดังนั้น การนำ Cuic Printing Technology เข้าไปช่วยเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด จึงเป็นสิ่งที่ Yamaha ได้นำไปใช้ในการออกสินค้าตัวใหม่ แต่ด้วยในครั้งนี้เป็นการนำผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่มาทำการปรับปรุง จึงทำให้ปริมาณการสั่งซื้อจึงไม่มากนัก
Monday, March 31, 2003
ผลิตภัณฑ์ใหม่ : Ford Model U268 ; บจม. ซี.เอ็ม. อุตสาหกรรม, บจม. เอ็น เอช เค สปริง (ประเทศไทย), บจก. Ford Operation (Thailand) และ บจก. Mazda Sales (Thailand)
31 มีนาคม 2546 (2003)
หลังจากได้มีการนำชิ้นงานมาทำการเคลือบลายด้วยระบบ Cubic Printing Technology โดยเป็นการนำไปประกอบภายหลังของ บจก. Ford Sales & Service (Thailand) แล้ว ทำให้ทาง Ford & Mazda มีการศึกษาเพิ่มเติมในการทำเป็น Campaign Project สำหรับ รถยนต์ Ford & Mazda ในรถยนต์รุ่น U268
ในการนี้เป็นการนำชิ้นงานจากผู้ผลิตชิ้นส่วนมาทำการเคลือบลาย แล้วส่งมอบกลับ เพื่อให้ผู้ผลิตนั้นๆทำการประกอบแล้วส่งให้กับสายการประกอบของ Ford & Mazda ต่อไป
นับเป็นการผลิตเพื่อนำไปประกอบในสายการผลิตโดยตรง หรือที่เรียกว่า "OEM"
หลังจากได้มีการนำชิ้นงานมาทำการเคลือบลายด้วยระบบ Cubic Printing Technology โดยเป็นการนำไปประกอบภายหลังของ บจก. Ford Sales & Service (Thailand) แล้ว ทำให้ทาง Ford & Mazda มีการศึกษาเพิ่มเติมในการทำเป็น Campaign Project สำหรับ รถยนต์ Ford & Mazda ในรถยนต์รุ่น U268
ในการนี้เป็นการนำชิ้นงานจากผู้ผลิตชิ้นส่วนมาทำการเคลือบลาย แล้วส่งมอบกลับ เพื่อให้ผู้ผลิตนั้นๆทำการประกอบแล้วส่งให้กับสายการประกอบของ Ford & Mazda ต่อไป
นับเป็นการผลิตเพื่อนำไปประกอบในสายการผลิตโดยตรง หรือที่เรียกว่า "OEM"
Friday, February 28, 2003
ผลิตภัณฑ์ใหม่ : Toyota Hilux กะบะ ; Toyota Motor Thailand Co., Ltd. (TMT)
28 กุมภาพันธ์ 2546 (2003)
รถยนต์กะบะ Toyota Hilux ถือเป็นรถยนต์บรรทุกขนาด 1 ตัน ที่มียอดขายอยู่ในอันดับต้นๆของเมืองไทย ซึ่งในบางเดือนมียอดขายที่สูงกว่ารถยนต์กะบะ ยี่ห้อ Izusu ซึ่งขายดีที่สุด
ในปีนี้ของรถยนต์กะบะ Toyota Hilux ถือเป็นปีสุดท้ายก่อนที่จะการเปลี่ยนโฉมครั้งยิ่งใหญ่ โดย TMT มีแผนจะเปลี่ยนโฉม เป็นแบบใหม่ที่เรียกว่า IMV Project ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนทั้งหมด (All New Change) (จากข้อมูลภายใน TMT) และเพื่อเป็นการกระตุ้นตลาด จึงจัดให้มีการทำเป็น Campaign โดยออกแบบให้มีการตกแต่งภายในเป็น ลายไม้ภายในห้องโดยสาร อันประกอบด้วย Center Cluster, Meter Panel, Air Vent และ Arm Rest (ทั้งแบบ 2 ประตู และ 4 ประตู
ในการนี้เป็นการส่งมอบตรงให้กับ TMT ในบางรายการ ทั้งนี้มีชิ้นงานที่ต้องรับชิ้นงานโดยตรงจาก TMT ด้วยเป็น CKD 's parts แล้วส่งกลับ TMT เพื่อนำไปประกอบในสายการผลิตที่โรงงานประกอบ Toyota ที่สำโรง
ด้วยประสบการณ์ในการทำชิ้นงานให้กับ Toyota มาก่อน (โดยผ่านทาง TAW) ทำให้มีความเข้าใจในมาตรฐานการยอมรับ และการทำงานของ Toyota ทำให้สามารถรักษาคุณภาพในระดับที่ TMT ยอมรับได้ แต่มีเพียงการส่งมอบที่มีไม่สามารถส่งมอบได้ตามกำหนดในบางครั้ง เนื่องมาจากการเข้ามาของชิ้นงานที่จะนำมาทำการผลิต ที่มีเวลาที่ไม่เหมาะสมกับ ระยะเวลาที่ต้องการในการผลิต (Lead Times) และด้วยการที่ี First Passed ที่ต่ำ จึงจำเป็นต้องใช้เวลาดำเนินการมาก ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจาก TMT และได้ทำการแก้ไขให้ในเวลาต่อมา
รถยนต์กะบะ Toyota Hilux ถือเป็นรถยนต์บรรทุกขนาด 1 ตัน ที่มียอดขายอยู่ในอันดับต้นๆของเมืองไทย ซึ่งในบางเดือนมียอดขายที่สูงกว่ารถยนต์กะบะ ยี่ห้อ Izusu ซึ่งขายดีที่สุด
ในปีนี้ของรถยนต์กะบะ Toyota Hilux ถือเป็นปีสุดท้ายก่อนที่จะการเปลี่ยนโฉมครั้งยิ่งใหญ่ โดย TMT มีแผนจะเปลี่ยนโฉม เป็นแบบใหม่ที่เรียกว่า IMV Project ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนทั้งหมด (All New Change) (จากข้อมูลภายใน TMT) และเพื่อเป็นการกระตุ้นตลาด จึงจัดให้มีการทำเป็น Campaign โดยออกแบบให้มีการตกแต่งภายในเป็น ลายไม้ภายในห้องโดยสาร อันประกอบด้วย Center Cluster, Meter Panel, Air Vent และ Arm Rest (ทั้งแบบ 2 ประตู และ 4 ประตู
ในการนี้เป็นการส่งมอบตรงให้กับ TMT ในบางรายการ ทั้งนี้มีชิ้นงานที่ต้องรับชิ้นงานโดยตรงจาก TMT ด้วยเป็น CKD 's parts แล้วส่งกลับ TMT เพื่อนำไปประกอบในสายการผลิตที่โรงงานประกอบ Toyota ที่สำโรง
ด้วยประสบการณ์ในการทำชิ้นงานให้กับ Toyota มาก่อน (โดยผ่านทาง TAW) ทำให้มีความเข้าใจในมาตรฐานการยอมรับ และการทำงานของ Toyota ทำให้สามารถรักษาคุณภาพในระดับที่ TMT ยอมรับได้ แต่มีเพียงการส่งมอบที่มีไม่สามารถส่งมอบได้ตามกำหนดในบางครั้ง เนื่องมาจากการเข้ามาของชิ้นงานที่จะนำมาทำการผลิต ที่มีเวลาที่ไม่เหมาะสมกับ ระยะเวลาที่ต้องการในการผลิต (Lead Times) และด้วยการที่ี First Passed ที่ต่ำ จึงจำเป็นต้องใช้เวลาดำเนินการมาก ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจาก TMT และได้ทำการแก้ไขให้ในเวลาต่อมา
Monday, February 24, 2003
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ TMT เยี่ยมชมโรงงาน
24 กุมภาพันธุ์ 2546
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ Toyota Motor Thailand เข้าเยี่ยมชมโรงงาน จำนวน 3 ท่าน ได้แก่
1. Mr.Suparat : Vice Prepsident
2. Mr.Nikron : General Manager
3. Mr.Sittipong : Deputy General Manager
ทั้งนี้เพื่อ ชมกระบวนการผลิต และขอทราบ แผนการขยายเพื่อรองรับการผลิตที่จะมากขึ้นในอนาคต ด้วยปัจจุบัน มีการเริ่มทำการผลิตให้กับชิ้นงานของ Toyota ซึ่งในอนาคตอาจจะมีจำนวนที่มากขึ้น
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ Toyota Motor Thailand เข้าเยี่ยมชมโรงงาน จำนวน 3 ท่าน ได้แก่
1. Mr.Suparat : Vice Prepsident
2. Mr.Nikron : General Manager
3. Mr.Sittipong : Deputy General Manager
ทั้งนี้เพื่อ ชมกระบวนการผลิต และขอทราบ แผนการขยายเพื่อรองรับการผลิตที่จะมากขึ้นในอนาคต ด้วยปัจจุบัน มีการเริ่มทำการผลิตให้กับชิ้นงานของ Toyota ซึ่งในอนาคตอาจจะมีจำนวนที่มากขึ้น
Tuesday, December 31, 2002
ผลประกอบการประจำปี 2545 : อุตสาหกรรมยานยนต์เต็มตัว
31 ธันวาคม 2545 (2002)
สำหรับผลประกอบการในปีนี้ ลูกค้าที่ยอดการสั่งซื้อทั้งหมด ร้อยละ 90 เป็นลูกค้าในอุตสาหกรรมรถยนต์ ดังนั้น ถึงแม้ว่าในปีที่ผ่านมา 2544 (2001) เราจะบอกว่า "เราเข้าสู่วงการอุตสาหกรรมยานยนต์" แต่เป็นเพียงการเริ่มต้นก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมนี้เท่านั้น เพื่อเกือบครึ่งหนึ่งของลูกค้าที่ยอดการสั่งซื้อสูงสุด 10 ราย ยังคงเป็นบริษัทที่ไม่ได้อยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ อาทิ ILC, S&J เป็นต้น
แต่ในปี 2545 (2002) ลูกค้าที่มียอดการสั่งซื้อสูงสุด 8 ใน 10 บริษัท ล้วนเป็นบริษัทที่ทำการผลิตผลิตภัณฑ์ป้อนให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งสิ้น โดยมี บจก. Siam Nissan Automobile (SNA) มียอดการสั่งซื้อสูงที่สุด นับเป็นเวลา 4 ปีติดต่อกันแล้ว ซึ่งผลิตภัณฑ์ของ SNA จะเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับรถยนต์รุ่นเดิม แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงในรถยนต์รุ่น Nissan Sunny ที่เป็น All new change เป็น Nissan Sunny Neo พร้อมทั้งมี Nissan Almera มาทำการตกแต่งด้วย โดยยอดการสั่งซื้อในปีนี้ของ SNA ถือว่าสูงที่สุดตั้งแต่เริ่มมีการผลิตให้กับ SNA มา
และเช่นกัน ลูกค้าอีกรายที่มีการเติบโตขึ้นมา จากปี 2544 (2001) รวม 1 เท่าตัว คือ บจก. Toyoda Gosei (Thailand) ที่มียอดการสั่งซื้อในปีนี้เป็นอันดับสอง
และในปีนี้ (2545 (2002)) เช่นกัน เป็นปีที่เราเริ่มทำการผลิตให้กับรถยนต์ค่าย Honda ซึ่งประกอบด้วย Honda Accord, Honda Civic และ Honda City
ดังนั้น เราสามารถบอกได้ว่า รถยนต์ที่มีการประกอบในเมืองไทย ทุกยี่ห้อ เลือกใช้ Cubic Printing Technology โดยให้ บจก. ไทยคิวบิค เทคโนโลยี เป็นผู้ทำการผลิต สำหรับการตกแต่งชิ้นส่วนภายในรถยนต์ของเขา แต่เพียงผู้เดียว
ด้วยเหตุนี้ ผลประกอบการประจำปี 2545 (2002) เราสามารถทำยอดขายได้รวม 90.7 ล้านบาท นับว่าเป็นจำนวนยอดขายที่สูงที่สุด ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯมา และสูงกว่าปีที่ผ่านมา 30% หรือคิดเป็นจำนวนเงิน 21.05 ล้านบาท
สำหรับ ลูกค้าที่มียอดการสั่งซื้อสูงสุด 10 แรก ได้แก่
1. บจก. Siam Nissan Automobile มียอดการสั่งซื้อรวม 42.649 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการของปีนี้ เรายังคงสามารถทำกำไรก่อนการหักภาษี ได้เป็นจำนวนเงิน 7.128 ล้านบาท หรือทำได้เพียง 80% ของปีที่ผ่านมา
สำหรับรายละเอียดของผลประกอบการเป็นรายละเอียดข่างล่างนี้
สำหรับผลประกอบการในปีนี้ ลูกค้าที่ยอดการสั่งซื้อทั้งหมด ร้อยละ 90 เป็นลูกค้าในอุตสาหกรรมรถยนต์ ดังนั้น ถึงแม้ว่าในปีที่ผ่านมา 2544 (2001) เราจะบอกว่า "เราเข้าสู่วงการอุตสาหกรรมยานยนต์" แต่เป็นเพียงการเริ่มต้นก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมนี้เท่านั้น เพื่อเกือบครึ่งหนึ่งของลูกค้าที่ยอดการสั่งซื้อสูงสุด 10 ราย ยังคงเป็นบริษัทที่ไม่ได้อยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ อาทิ ILC, S&J เป็นต้น
แต่ในปี 2545 (2002) ลูกค้าที่มียอดการสั่งซื้อสูงสุด 8 ใน 10 บริษัท ล้วนเป็นบริษัทที่ทำการผลิตผลิตภัณฑ์ป้อนให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งสิ้น โดยมี บจก. Siam Nissan Automobile (SNA) มียอดการสั่งซื้อสูงที่สุด นับเป็นเวลา 4 ปีติดต่อกันแล้ว ซึ่งผลิตภัณฑ์ของ SNA จะเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับรถยนต์รุ่นเดิม แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงในรถยนต์รุ่น Nissan Sunny ที่เป็น All new change เป็น Nissan Sunny Neo พร้อมทั้งมี Nissan Almera มาทำการตกแต่งด้วย โดยยอดการสั่งซื้อในปีนี้ของ SNA ถือว่าสูงที่สุดตั้งแต่เริ่มมีการผลิตให้กับ SNA มา
และเช่นกัน ลูกค้าอีกรายที่มีการเติบโตขึ้นมา จากปี 2544 (2001) รวม 1 เท่าตัว คือ บจก. Toyoda Gosei (Thailand) ที่มียอดการสั่งซื้อในปีนี้เป็นอันดับสอง
และในปีนี้ (2545 (2002)) เช่นกัน เป็นปีที่เราเริ่มทำการผลิตให้กับรถยนต์ค่าย Honda ซึ่งประกอบด้วย Honda Accord, Honda Civic และ Honda City
ดังนั้น เราสามารถบอกได้ว่า รถยนต์ที่มีการประกอบในเมืองไทย ทุกยี่ห้อ เลือกใช้ Cubic Printing Technology โดยให้ บจก. ไทยคิวบิค เทคโนโลยี เป็นผู้ทำการผลิต สำหรับการตกแต่งชิ้นส่วนภายในรถยนต์ของเขา แต่เพียงผู้เดียว
ด้วยเหตุนี้ ผลประกอบการประจำปี 2545 (2002) เราสามารถทำยอดขายได้รวม 90.7 ล้านบาท นับว่าเป็นจำนวนยอดขายที่สูงที่สุด ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯมา และสูงกว่าปีที่ผ่านมา 30% หรือคิดเป็นจำนวนเงิน 21.05 ล้านบาท
สำหรับ ลูกค้าที่มียอดการสั่งซื้อสูงสุด 10 แรก ได้แก่
1. บจก. Siam Nissan Automobile มียอดการสั่งซื้อรวม 42.649 ล้านบาท
2. บจก. Toyoda Gosei (Thailand) มียอดการสั่งซื้อรวม 14.870 ล้านบาท
3. บจม. ไทยคามาย่า มียอดการสั่งซื้อรวม 6.353 ล้านบาท
4. บจม. เอส แอนด์ เจ อินเตอร์เนชั่นแนล มียอดการสั่งซื้อรวม 3.908 ล้านบาท
5. บจก. อินเตอร์เนชั่นแนลแลบบรอลาทอรี่ส์ มียอดการสั่งซื้อรวม 3.498 ล้านบาท
6. บจก. Kumi (Thailand) มียอดการสั่งซื้อรวม 2.379 ล้านบาท
7. บจก. ไทยอัลติเมทคาร์ มียอดการสั่งซื้อรวม 2.333 ล้านบาท
8. บจก. ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ มียอดการสั่งซื้อรวม 2.315 ล้านบาท
9. บจก. TS Tech (Thailand) มียอดการสั่งซื้อรวม 1.438 ล้านบาท
10. และ บริษัทอื่นๆอีก 47 บริษัท ซึ่งมียอดการสั่งซื้อรวม 11.44 ล้านบาท หรือ 12.61 % ของยอดการสั่งซื้อทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการของปีนี้ เรายังคงสามารถทำกำไรก่อนการหักภาษี ได้เป็นจำนวนเงิน 7.128 ล้านบาท หรือทำได้เพียง 80% ของปีที่ผ่านมา
สำหรับรายละเอียดของผลประกอบการเป็นรายละเอียดข่างล่างนี้
Friday, November 29, 2002
ผลิตภัณฑ์ใหม่ : Cover Gear ; บจก. ไทยสตาร์ไลท์ แมนูแฟคเจอริ่ง
29 พฤศจิกายน 2545 (2002)
บจก. ไทยสตาร์ไลท์ แมนูแฟคเจอริ่งก็เป็นอีกบริษัทหนึ่งที่ทำการผลิตชิ้นงานให้กับ Toyota เพื่อนำไปประกอบ และด้วยการเปลี่ยนโฉมของรถยนต์ Toyota Colorra 316 ใหม่ ที่ทาง Toyota ให้ความไว้วางใจให้ทางเรา TCT เป็นผู้ทำการตกแต่งผิวหน้าของชิ้นงานภายในในรถยนต์รุ่นนี้ ทดแทนการนำเข้า ประกอบกับการแนะนำของเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นของ Cubic Japan : Mr.Akutsu ในลูกค้าที่ทำการผลิตชิ้นส่วนในรถยนต์รุ่นนี้ จึงมีการนำมาทำการผลิตที่เรา
ชิ้นงานที่นำมาทำการผลิตของบริษัทนี้ คือ ฝาครอบเกียร์
บจก. ไทยสตาร์ไลท์ แมนูแฟคเจอริ่งก็เป็นอีกบริษัทหนึ่งที่ทำการผลิตชิ้นงานให้กับ Toyota เพื่อนำไปประกอบ และด้วยการเปลี่ยนโฉมของรถยนต์ Toyota Colorra 316 ใหม่ ที่ทาง Toyota ให้ความไว้วางใจให้ทางเรา TCT เป็นผู้ทำการตกแต่งผิวหน้าของชิ้นงานภายในในรถยนต์รุ่นนี้ ทดแทนการนำเข้า ประกอบกับการแนะนำของเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นของ Cubic Japan : Mr.Akutsu ในลูกค้าที่ทำการผลิตชิ้นส่วนในรถยนต์รุ่นนี้ จึงมีการนำมาทำการผลิตที่เรา
ชิ้นงานที่นำมาทำการผลิตของบริษัทนี้ คือ ฝาครอบเกียร์
Wednesday, October 30, 2002
ผลิตภัณฑ์ใหม่ : Toyota Accessory ; Toyota Motor Asia Pacific Ltd. (TMAP)
30 ตุลาคม 2545 (2002)
หลังจากทำการผลิตผลิตภัณฑ์ Cubic Printing ให้กับรถยนต์ Toyota ในหลายๆรุ่น มาเป็นเวลากว่า 4 ปี ซึ่งเป็นการผลิตเฉพาะผลิตภัณฑ์ตกแต่งผิวหน้าของชิ้นงาน ในรถยนต์ Toyota เพื่อนำไปประกอบกับรถในสายการผลิต (OEM) ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักจะผลิตสำหรับรุ่น Top Model และ รอง Top Model เท่านั้น ส่วนที่เป็นรุ่นล่างๆที่มีราคาขายต่ำกว่านี้ ไม่ได้ถูกออกแบให้มีการติดตั้งเข้าไปด้วย
ดังนั้น TMT จึงมีนโยบาย ให้บริษัทลูก คือ Toyota Motor Asia Pacific หรือ TMAP จัดทำชิ้นงานที่มีลักษณะการเคลือบผิวแบบเดียวกัน แต่มีลวดลาย หรือ สีที่แตกต่างกัน เพื่อนำมาขายเป็นสินค้าบริการหลังการขาย หรือ Accessory Parts โดยขายทั้งภายในประเทศโดยผ่าน Show Room Toyota ทั่วประเทศ และเพื่อการส่งออกไปยังประเทศรอบๆ Asia Pacific
จึงเป็นการเพิ่มช่องทางการขายของ Toyota และถือเป็นลูกค้าอีกรายในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่นำกระบวนการผลิต Cubic Printing Technology ไปใช้กับผลิตภัณฑ์ของเขา
ในด้านการดำเนินการผลิต ด้วยชิ้นงานที่นำมาทำการผลิต เป็นชิ้นงานเดียวกับชิ้นงานที่นำมาผลิตให้กับ Toyota จึงทำให้มีการสับสนในการทำงาน ซึ่งทำให้เกิดการพัฒนาร่วมกัน อาทิ การเปลี่ยนระหัสการส่งมอบชิ้นงาน เป็นต้น
หลังจากทำการผลิตผลิตภัณฑ์ Cubic Printing ให้กับรถยนต์ Toyota ในหลายๆรุ่น มาเป็นเวลากว่า 4 ปี ซึ่งเป็นการผลิตเฉพาะผลิตภัณฑ์ตกแต่งผิวหน้าของชิ้นงาน ในรถยนต์ Toyota เพื่อนำไปประกอบกับรถในสายการผลิต (OEM) ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักจะผลิตสำหรับรุ่น Top Model และ รอง Top Model เท่านั้น ส่วนที่เป็นรุ่นล่างๆที่มีราคาขายต่ำกว่านี้ ไม่ได้ถูกออกแบให้มีการติดตั้งเข้าไปด้วย
ดังนั้น TMT จึงมีนโยบาย ให้บริษัทลูก คือ Toyota Motor Asia Pacific หรือ TMAP จัดทำชิ้นงานที่มีลักษณะการเคลือบผิวแบบเดียวกัน แต่มีลวดลาย หรือ สีที่แตกต่างกัน เพื่อนำมาขายเป็นสินค้าบริการหลังการขาย หรือ Accessory Parts โดยขายทั้งภายในประเทศโดยผ่าน Show Room Toyota ทั่วประเทศ และเพื่อการส่งออกไปยังประเทศรอบๆ Asia Pacific
จึงเป็นการเพิ่มช่องทางการขายของ Toyota และถือเป็นลูกค้าอีกรายในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่นำกระบวนการผลิต Cubic Printing Technology ไปใช้กับผลิตภัณฑ์ของเขา
ในด้านการดำเนินการผลิต ด้วยชิ้นงานที่นำมาทำการผลิต เป็นชิ้นงานเดียวกับชิ้นงานที่นำมาผลิตให้กับ Toyota จึงทำให้มีการสับสนในการทำงาน ซึ่งทำให้เกิดการพัฒนาร่วมกัน อาทิ การเปลี่ยนระหัสการส่งมอบชิ้นงาน เป็นต้น
Monday, September 30, 2002
ผลิตภัณฑ์ใหม่ : บานประตูตู้ในครัว ; บจก.ฮั่นโฟนิกซ์เอ็นเตอร์ไพรส์
30 กันยายน 2545 (2002)
ตู้เก็บของหรือบานซิงค์ ที่ใช้ในห้องครัว ส่วนใหญ่มักทำมาจากไม้จริง ซึ่งลวดลายของไม้จริงนั้นมีข้อจำกัด โดยส่วนใหญ่มักทำจากไม้ยางพารา ไม้สัก หรือไม้เบญจพรรณทั่วๆไปที่มีจำหน่ายในประเทศ นำมาขึ้นรูป แล้วจำหน่าย ถ้าไม้สวยๆเช่นไม้สักก็จะมีราคาแพง ถ้าไม้อื่นๆก็ไม่ค่อยมีความสวยงาม และยังมีที่นำพลาสติคมาขึ้นรูปแต่สามารถทำได้เพียงแค่การทำสีเท่านั้น
และด้วยลวดลายของ Cubic Film ในการตกแต่งผิว มีให้เลือกมากมาย และให้ความสวยงามและเสมือนไม้จริง บจก. ฮั่นโฟนิกส์เอ็นเตอร์ไพรส์ จึงทำการนำผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาเคลือบลายให้เป็นลายไม้ และลายอื่นๆ เพื่อให้เกิคความหลากหลายของตลาดในอันที่สามารถสนองตอบต่อความต้องการของผู้บริโภคได้
ตู้เก็บของหรือบานซิงค์ ที่ใช้ในห้องครัว ส่วนใหญ่มักทำมาจากไม้จริง ซึ่งลวดลายของไม้จริงนั้นมีข้อจำกัด โดยส่วนใหญ่มักทำจากไม้ยางพารา ไม้สัก หรือไม้เบญจพรรณทั่วๆไปที่มีจำหน่ายในประเทศ นำมาขึ้นรูป แล้วจำหน่าย ถ้าไม้สวยๆเช่นไม้สักก็จะมีราคาแพง ถ้าไม้อื่นๆก็ไม่ค่อยมีความสวยงาม และยังมีที่นำพลาสติคมาขึ้นรูปแต่สามารถทำได้เพียงแค่การทำสีเท่านั้น
และด้วยลวดลายของ Cubic Film ในการตกแต่งผิว มีให้เลือกมากมาย และให้ความสวยงามและเสมือนไม้จริง บจก. ฮั่นโฟนิกส์เอ็นเตอร์ไพรส์ จึงทำการนำผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาเคลือบลายให้เป็นลายไม้ และลายอื่นๆ เพื่อให้เกิคความหลากหลายของตลาดในอันที่สามารถสนองตอบต่อความต้องการของผู้บริโภคได้
Subscribe to:
Posts (Atom)











