สำหรับผลประกอบการในปีนี้ ลูกค้าที่ยอดการสั่งซื้อทั้งหมด ร้อยละ 90 เป็นลูกค้าในอุตสาหกรรมรถยนต์ ดังนั้น ถึงแม้ว่าในปีที่ผ่านมา 2544 (2001) เราจะบอกว่า "เราเข้าสู่วงการอุตสาหกรรมยานยนต์" แต่เป็นเพียงการเริ่มต้นก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมนี้เท่านั้น เพื่อเกือบครึ่งหนึ่งของลูกค้าที่ยอดการสั่งซื้อสูงสุด 10 ราย ยังคงเป็นบริษัทที่ไม่ได้อยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ อาทิ ILC, S&J เป็นต้น
แต่ในปี 2545 (2002) ลูกค้าที่มียอดการสั่งซื้อสูงสุด 8 ใน 10 บริษัท ล้วนเป็นบริษัทที่ทำการผลิตผลิตภัณฑ์ป้อนให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งสิ้น โดยมี บจก. Siam Nissan Automobile (SNA) มียอดการสั่งซื้อสูงที่สุด นับเป็นเวลา 4 ปีติดต่อกันแล้ว ซึ่งผลิตภัณฑ์ของ SNA จะเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับรถยนต์รุ่นเดิม แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงในรถยนต์รุ่น Nissan Sunny ที่เป็น All new change เป็น Nissan Sunny Neo พร้อมทั้งมี Nissan Almera มาทำการตกแต่งด้วย โดยยอดการสั่งซื้อในปีนี้ของ SNA ถือว่าสูงที่สุดตั้งแต่เริ่มมีการผลิตให้กับ SNA มา
และเช่นกัน ลูกค้าอีกรายที่มีการเติบโตขึ้นมา จากปี 2544 (2001) รวม 1 เท่าตัว คือ บจก. Toyoda Gosei (Thailand) ที่มียอดการสั่งซื้อในปีนี้เป็นอันดับสอง
และในปีนี้ (2545 (2002)) เช่นกัน เป็นปีที่เราเริ่มทำการผลิตให้กับรถยนต์ค่าย Honda ซึ่งประกอบด้วย Honda Accord, Honda Civic และ Honda City
ดังนั้น เราสามารถบอกได้ว่า รถยนต์ที่มีการประกอบในเมืองไทย ทุกยี่ห้อ เลือกใช้ Cubic Printing Technology โดยให้ บจก. ไทยคิวบิค เทคโนโลยี เป็นผู้ทำการผลิต สำหรับการตกแต่งชิ้นส่วนภายในรถยนต์ของเขา แต่เพียงผู้เดียว
ด้วยเหตุนี้ ผลประกอบการประจำปี 2545 (2002) เราสามารถทำยอดขายได้รวม 90.7 ล้านบาท นับว่าเป็นจำนวนยอดขายที่สูงที่สุด ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯมา และสูงกว่าปีที่ผ่านมา 30% หรือคิดเป็นจำนวนเงิน 21.05 ล้านบาท
สำหรับ ลูกค้าที่มียอดการสั่งซื้อสูงสุด 10 แรก ได้แก่
1. บจก. Siam Nissan Automobile มียอดการสั่งซื้อรวม 42.649 ล้านบาท
2. บจก. Toyoda Gosei (Thailand) มียอดการสั่งซื้อรวม 14.870 ล้านบาท
3. บจม. ไทยคามาย่า มียอดการสั่งซื้อรวม 6.353 ล้านบาท
4. บจม. เอส แอนด์ เจ อินเตอร์เนชั่นแนล มียอดการสั่งซื้อรวม 3.908 ล้านบาท
5. บจก. อินเตอร์เนชั่นแนลแลบบรอลาทอรี่ส์ มียอดการสั่งซื้อรวม 3.498 ล้านบาท
6. บจก. Kumi (Thailand) มียอดการสั่งซื้อรวม 2.379 ล้านบาท
7. บจก. ไทยอัลติเมทคาร์ มียอดการสั่งซื้อรวม 2.333 ล้านบาท
8. บจก. ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ มียอดการสั่งซื้อรวม 2.315 ล้านบาท
9. บจก. TS Tech (Thailand) มียอดการสั่งซื้อรวม 1.438 ล้านบาท
10. และ บริษัทอื่นๆอีก 47 บริษัท ซึ่งมียอดการสั่งซื้อรวม 11.44 ล้านบาท หรือ 12.61 % ของยอดการสั่งซื้อทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการของปีนี้ เรายังคงสามารถทำกำไรก่อนการหักภาษี ได้เป็นจำนวนเงิน 7.128 ล้านบาท หรือทำได้เพียง 80% ของปีที่ผ่านมา
สำหรับรายละเอียดของผลประกอบการเป็นรายละเอียดข่างล่างนี้

No comments:
Post a Comment