Friday, December 31, 2004

ผลประกอบการประจำปี 2547 : ผลิตเพื่ออุตสาหกรรมยานยนต์

31 ธันวาคม 2547 (2004)

     สำหรับการดำเนินการของบริษัทฯในปีนี้ จากลูกค้าที่ยอดการสั่งซื้อทั้งหมด (ไม่รวมลูกค้ารายย่อยๆเล็กๆและอื่นๆ) รวมท้งสิ้น 25 ราย พบว่าร้อยละ 80 เป็นลูกค้าในอุตสาหกรรมรถยนต์ ดังนั้น การดำเนินธุรกรรมในปีนี้จึงเป็นการผลิตเพืออุตสาหกรรมยานยนต์เป็นส่วนใหญ่ ส่วนลูกค้าในอุตสาหกรรมอื่นๆเริ่มลดลง ทั้งนี้ด้วยความไม่สามารถตอบสนองในแง่ของการผลิตได้ ทำให้ในปีนี้บริษัทฯจึงมีการขยายความสามารถในการผลิตใน 2 เรื่องด้วยกันคือ
           1. การขยายความสามารถในการผลิต งานพ่นสี ทั้งนี้เพื่อแยกการพ่นสีพื้นออกมาจากพื้นที่เดิม เป็นโรงงานที่ 2 ทั้งนี้เพื่อนำพื้นที่นั้นมาใช้ในการทำ Dipping Process เพียงอย่างเดียว พร้อมทั้งมีการติดตั้ง Robot สำหรับการพ่นสี Top Coat เพื่อให้เกิดความพึงพอใจและมั่นใจในคุณภาพของสินค้าที่ออกมา
           2. การเกิดบริษัทลูก รายที่ 2 : Cubic Classic Co., Ltd. ที่จังหวัดปทุมธานี โดยออกแบบให้เป็นการผลิตแบบ การชุบด้วยมือ 
     ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ยังคงเป็นการผลิตสำหรับ OEM และมีในส่วนของ Accesory Parts ยังคงเป็น TMAP และ Honda Access ที่ยังคงเป็นลูกค้าอยู่สำหรับ Toyota และ Honda ตามลำดับ แต่ในส่วนที่เป็น After Market จำนวนของลูกค้าที่เข้ามาลดลงไปจากปีที่ผ่านมา แต่ยังคงมีลูกค้าเป็นบริษัทที่ไม่ได้อยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ และมียอดการสั่งซื้อสูงเป็นอันดับ 2 ของยอดการสั่งซื้อรวม คือ บจม. แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) ด้วยผลิตภัณฑ์ ชิ้นส่วนของ Printer 
     สำหรับในปีนี้ (2547 : 2004) สิ่งที่น่าสังเกตอย่างยิ่ง คือ การลดลงของการสั่งซื้อเป็นอย่างมากของ Siam Nissan Automobile Co., Ltd. หลังจากในปีที่ผ่านมาเริ่มมียอดการสั่งซื้อที่ลดลง 
     และเช่นกัน ลูกค้าอีกกลุ่มที่มีการเติบโตขึ้นมามากยิ่งขึ้น จากปีก่อน คือ กลุ่มของผู้ที่ผลิตชิ้นส่วนให้กับ รถยนต์ Toyota โดยเฉพาะ บจก. โตโยดะ โกเซ (ประเทศไทย) ที่มียอดการสั่งซื้อก้าวกระโดด จาก 12.3 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา เป็น 41.2 ล้านบาท ทั้งนี้จาก การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ Toyota ; New Collora (Model 316) 
     ดังนั้น ผลประกอบการประจำปี 2547 : 2004 เราสามารถปิดยอดขายได้รวม 211.79 ล้านบาท นับว่าเป็นจำนวนยอดขายที่สูงที่สุด ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯมา และสูงกว่าปีที่ผ่านมา 56% หรือคิดเป็นจำนวนเงิน 76.23 ล้านบาท
     สำหรับ ลูกค้าที่มียอดการสั่งซื้อสูงสุด 10 แรก ได้แก่
      1. บจก. Toyoda Gosei (Thailand) มียอดการสั่งซื้อรวม 41.264 ล้านบาท
      2. บจก. Cal-Comp Electronic (Thailand) มียอดการสั่งซื้อรวม 34.595 ล้านบาท
      3. บจก. Toyota Motor Asia Pacific (TMAP) มียอดการสั่งซื้อรวม 24.830 ล้านบาท
      4. บจม. ไทยตรินิตรี้ มียอดการสั่งซื้อรวม 20.772 ล้านบาท
      5. บจก. TS Tech (Thailand) มียอดการสั่งซื้อรวม 12.857 ล้านบาท
      6. บจก. KUMI (Thailand) ยอดการสั่งซื้อรวม 12.738 ล้านบาท
      7. บจก. Siam Nissan Automobile มียอดการสั่งซื้อรวม 8.652 ล้านบาท
      8. บจก. Tokai Rika (Thailand) มียอดการสั่งซื้อรวม 7.299 ล้านบาท
      9. บจก. Union Nifco มียอดการสั่งซื้อรวม 6.880 ล้านบาท
    10. และ บริษัทอื่นๆอีก 16 บริษัท ซึ่งมียอดการสั่งซื้อรวม 41.91 ล้านบาท หรือ 19.79 % ของยอดการสั่งซื้อทั้งหมด  
     อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการของปีนี้ เรายังคงสามารถทำกำไรก่อนการหักภาษี ได้เป็นจำนวนเงิน 13.247 ล้านบาท หรือทำได้สูงกว่าในปีที่ผ่านมา 20% 

     สำหรับรายละเอียดของผลประกอบการเป็นรายละเอียดข่างล่างนี้




Tuesday, December 28, 2004

Oil Booth สำหรับ New Base Coating Line

28 ธันวาคม 2547

     Oil Booth คืออะไร
     Oil Booth คือ Booth พ่นสีที่ใช้ม่านที่ดักฝุ่นสีเป็นน้ำมัน (Oil Certain) แทนการใช้น้ำเป็นม่าน (Water Certain) โดยกระบวนการการทำงานอื่นๆยังคงเหมือนเดิม ซึ่งทั้งสองระบบนี้ต่างมีข้อดี ข้อเสีย ต่างกันพอสังเขปดังนี้
     1. Oil Booth มีการใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยกว่า ทั้งนี้เนื่องมาจากลักษณะการทำงานของ Booth เป็น Booth ที่ดูดอากาศเต็มผืนหน้าของ Booth ฝุ่นและละอองของสีสามารถเข้าไปกระทบ คลุกเคล้า กับม่านน้ำมันได้ในทันที โดยไม่จำเป็นต้องมีระบบ Ventury ที่ต้องทำให้เกิดการหมุนวนของน้ำและอากาศ (Cyclone) เพื่อคลุกเคล้าฝุ่นผงให้เกาะติดไปกับน้ำ ประกอบกับน้ำมันมีน้ำหนักมากกว่าน้ำ ดังนั้นการลอยตัวขึ้นไปเกาะผนังด้านบนจึงไม่ค่อยเกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้ พัดลมที่นำมาใช้ในการดูดอากาศจึงมีขนาดเล็กกว่า (Oil Certain Booth ใช้ 3~5 Hp ส่วน Water Certain Booth ใช้ 7.5~10 Hp)
     2. Oil Booth เนื่องจากธรรมชาติของน้ำมัน ที่จะไม่ยอมรับการเจือปนของสิ่งอื่นๆเข้ามาในตัวมัน ดังนั้น ละอองสีต่างๆ จึงถูกแยกชั้นตกเป็นตะกอน อยู่ด้านล่าง เพื่อทำการกรอง หรือช้อน ออกไปดำเนินการกำจัด หรือบำบัดต่อไป ซึ่งต่างกับระบบ Water Certain Booth ที่มีการเข้ากันได้ดีของละอองสีกับน้ำ ยิ่งหากไม่มีการเติมน้ำยาแยกตะกอน ย่อมไม่สามารถแยกออกได้ ทำให้บางส่วนที่เป็นละอองจึงถูกดูดขึ้นไปติดในส่วนของใบพัด และท่อระบาย ทำให้เกิดการอุดตันเกิดขึ้น
     3. Oil Booth สามารถประหยัดค่า Maintenance Cost ได้มากกว่าในส่วนของ Water Certain Booth
ทั้งนี้จากข้อ 2 ทำให้การซ่อมบำรุงไม่จำเป็นต้องกระทำมากนัก เช่นการทำความสะอาดใบพัด การล้างผนังภายใน Booth
    4. Oil Booth ไม่จำเป็นต้องมีระบบบำบัดน้ำเสีย จึงไม่ต้องมีการลงทุนทำ Waste Water Treatment Plant ซึ่งเป็นการลงทุนที่ค้อนข้างแพง และต้องควบคุมระบบให้เป็นไปตามมาตรฐานกำหนด ด้วยเนื่องจากน้ำมันสามารถนำกลับเข้ามาใช้หมุนเวียนใหม่ได้ไม่มีกำหนด แต่ทั้งนี้ควรที่จะต้องมีการกรองน้ำมันเพื่อกำจัดสิ่งสกปรกออก และต้องมีการเติมน้ำมันใหม่ทดแทนในส่วนที่ขาดหายไป และต้องมีการควบคุมค่าความหนืด
     5. และข้อดีประการสุดท้าย คือ น้ำมันมีความหนืดมากกว่าน้ำ และเป็นการดูดที่เต็มหน้าผืนม่าน ดังนั้น ละอองสีจึงถูกดูดได้เกือบหมด และด้วยระบบของเขาจะมีถาดหมุนเวียนน้ำมันด้านล่างด้วย ให้นำ้มันมีการเคลื่อนที่ตลอดเวลา ดังนั้น ผุ่นละอองสีจึงไม่ฝุ้งกระจายออกไป ด้วยเหตุนี้ Oil Booth จึงมีความสะอาดกว่า
     6. แต่ข้อเสียคือ น้ำมันที่ใช้เป็นน้ำมันไฮดรอลิค ประเภทหนึ่ง ด้วยต้องการความหนืดที่เหมาะสม และเป็นนำ้มันใหม่ จึงมีราคาแพง และถ้ามีปริมาณที่ขาดหายไป อันเนื่องมาจากการทำความสะอาด Booth ทำให่เกิดการทิ้งนำ้มันโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งจะต้องเติมใหม่ ก็จะมีต้นทุนที่แพง อีกทั้งถ้าไม่มีระบบการกรองน้ำมัน ยิ่งต้องมีการเติมน้ำมันใหม่เข้าไป
     7. และปัญหาใหญ่คือ การเลอะเทอะ เปรอะเปื้อน จากการที่พนักงานเข้ามาทำความสะอาด หรือ ทำ Preventive Booth จากการใช้น้ำมัน ทำให้ทั้งชุดทำงานและตัวพนักงานมีความเลอะ ทำให้พนักงานไม่ค่อยอยากทำงาน และเกิดการสูญเสียน้ำมันมากกว่าที่ควรจะเป็น

     ด้วย New Base Coating Line ที่มี Booth พ่นสีถึง 3 Booth และมีการออกแบบให้เป็น Oil Booth ทั้ง 3 Booth ทั้งนี้บริษัท Asia Kendy จำกัด ซึ่งเป็นผู้สร้างเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการสร้าง Booth แบบนี้ มากว่า 3~4 แห่ง แต่ที่ได้มีโอกาศไปดูคือ ที่บริษัท Daido จำกัด ผู้ซึ่งเป็นผู้ทำการพ่นสี Bumper และชิ้นส่วนอื่นๆให้กับ รถยนต์ Isuzu ซึ่งใช้งาน Oil Booth มากว่า 3~4 ปี และรับรองผลในการใช้

รูปแบบของ Oil Booth



แสดงหน้าม่านซึ่งเป็นน้ำมันของ Oil Booth

 

Friday, October 1, 2004

ก่อตั้งบริษัทลูก ลำดับที่ 2 บริษัท Cubic Classic จำกัด

1 ตุลาคม 2547

     Cubic Classic เป็นบริษัทลูกของ TCT อันเกิดมาจากความคิดของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง อันประกอบด้วย 1. Mr.Anndy : Owner Cubic Singapore 2. Mr.Christopher Lim : นักธุรกิจชาว Singapore 3. คุณมีศักดิ์ นักธุรกิจด้าน Computer และเจ้าของบริษัท Jinan และ 4. คุณธวัฒน์ชัย พิริยะกุลชัย นักธุรกิจนำเข้าเครื่องจักรกลเกษตร และเจ้าของบริษัท Bangkok PRY ได้มีความเห็นในการทำธุรกิจ Cubic Printing ในเมืองไทย เพื่อทำการ Support โดยส่งออกให้กับ Cubic Singapore และด้วย TCT เป็นเจ้าของ License ในเมืองไทย จึงร่วมกันก่อตั้งบริษัท Cubic Classic
     Cubic Classic Co., Ltd. มีสถานที่ตั้งอยู่ที่ เมืองปทุมธานี พื้นที่ในการดำเนินการประมาณเกือบ 2 ไร่ ทุนจดทะเบียน เริ่มต้นที่ 2 ล้านบาท วิธีการทำงาน เป็นแบบชุบด้วยมือ (Manual Dipping) ลงทุนในการดำเนินการ ประมาณ ล้านกว่าบาท ถือเป็นต้นแบบในการออกแบบ Cubic Printing Process ที่ใช้เงินลงทุนที่น้อยที่สุด

ผู้ก่อการ จากซ้ายไปขวา : คุณธวัฒน์ชัย, คุณพิศนุ, คุณมีศักดิ์, Mr.Christopher, Mr.Andy, คุณเวทิต และคุณสุรเจตน์
สถานที่ : ริมท่าเรือ ด้านหลังเป็นสิงโตน้ำ สัญญลักษณ์ของเมือง Singapore, ประเทศ Singapore


ลงนามสัญญา Sub-Licensee : จากรูป ซ้ายมาขวา แถวหน้า : คุณวิภูสนาภรณ์ (แก้ว)(Marketing Manager; TCT), Mr.Wakabayashi : Cubic (Japan) 's Prepsident, คุณสุรเจตน์, คุณมีศักดิ์
แถวหลัง : คุณปริญญา (Sale Manager ; TCT), คุณเวทิต (MD of TCT), คุณธวัฒน์ชัย, และคุณพิศนุ

                                                                   ประชุมผู้ถือหุ้น

Monday, July 5, 2004

การขยายโรงงานที่ 2 : New Base Coating Line

3 กรกฏาคม 2547

     ด้วยมีความต้องการในการผลิตในงานการชุบลาย (Transferring) มากขึ้น และงานส่วนใหญ่ต้องทำสีพื้น (Base Coating) ก่อนการนำไปชุบลาย ทำให้ความสามารถในการผลิต (Capability) ในการทำสีพื้นไม่เพียงพอ
     ประกอบกับมีแนวทาง/นโยบายในการขยายตลาด เพื่อรองรับกับงานพ่นสีที่มีตลาดที่กว้างกว่า ทั้งงานที่เป็นการพ่นสีเพื่อขายอย่างเดียว และการทำการพ่นสีให้เป็นสีเดียวกันกับสีของรถยนต์ (Body Color)
     ดังนั้น จึงมีความเห็นร่วมกันในการขยายกำลังการผลิต อันเป็นที่มาของการสร้างโรงงานที่ 2  ขึ้น
     การดำเนินงาน แบ่งออกเป็น 2 เรื่องใหญ่ๆ ด้วยกันคือ
     1. Base Coating Line เพื่อรองรับการสีพื้น (Base Coating) และรองรับการรับจ้างพ่นสี Body Color
     2. พื้นที่เก็บสินค้า หรือชิ้นงาน ที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคตอันใกล้ พร้อมทั้ง ส่วนสำนักงาน ห้องประชุมขนาดใหญ่เพื่อรองรับการฝึกอบรม โดยให้สามารถบรรจุพนักงานได้ 50 คน
     ทั้งนี้ได้ติดต่อ บริษัท SPI เพื่อขอเช่าพื้นที่เพิ่ม พร้อมทั้งให้สร้างอาคารเพิ่ม
     1. การขอเช่าพื้นที่เพิ่ม หรือขยายพื้นที่เพื่อรองรับการผลิตเพิ่ม
         ได้เลือกอาคาร(ร้าง)เก่าที่เคยเป็น โรงงานผลิตยางในจักรยาน คือบริษัท ไทย คลีเม้นท์ จำกัด เดิมซึ่งปัจจุบันไม่มีการผลิตแล้ว (อาคารเดิม) ขนาด 30x24 เมตร หรือ 720 ตร.เมตร และของขยายอาคารเพิ่มเติม โดยได้ขอขยายพื้นที่มาทางส่วนหน้า โดยให้ห่างจากถนนประมาณ 22 เมตร ในขนาด 50x24 เมตร หรือ 1200 ตร.เมตร รวม 1,920 ตร.เมตร
         ได้ทำการขึ้นเสาเอก ในต้นเดือน พฤศจิกายน 2546 และ ก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือน เมษายน 2547 โดย บริษัท พิทักษ์กิจ จำกัด เป็นผู้ดำเนินการ ทั้งนี้ บริษัท SPI จำกัด เป็นผู้ออกทุน และให้ TCT เป็นผู้เช่า โดยมีระยะเวลา ปลอดค่าเช่า จนถึงเดือน มกราคม 2548
     2. เพิ่ม Base Coating Line เป็นระบบ Trolley Overhead Conveyor ขนาด 3 Painting Booth ซึ่งประกอบด้วย Primer Booth จำนวน 1 Booth, Base Coating Booth จำนวน 1 Booth (Wet on Wet System) และ Top Coating Booth จำนวน 1 Booth โดยกำหนด Flash Time 5 นาที พร้อมเตาอบ  ทั้งนี้ได้ให้ บริษัท Asia Kendy จำกัด เป็นผู้ดำเนินการสร้าง
         อนึ่ง Painting Booths ทั้งหมดนี้ เป็นระบบ Oil Booth ซึ่งไม่จำเป็นที่จะต้องมีระบบบำบัดน้ำเสีย และใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยกว่าแบบม่านน้ำ
         การสร้างและติดตั้ง Base Coating Line แล้วเสร็จในเดือน กรกฏาคม 2547 แล้วทดลองผลิต สามารถเดินเครื่องจักรได้ในราวเดิน กันยายน 2547
     3. งบประมาณในการดำเนินการ เป็นดังนี้
         3.1 Base Coating Line เป็นเงิน 9,500,000.00 บาท
         3.2 Air Compressor Machine เป็นเงิน 400,000.00 บาท
         3.3 Electric City System เป็นเงิน 670,000 บาท และ
         3.4 เพิ่มเติม อาคาร สำหรับรองรับงานขัด เป็น 2 ชั้น เป็นเงิน 1,430,000.00 บาท
         รวมเป็นงบประมาณทั้งสิ้น 12,000,000.00 บาท

Saturday, February 28, 2004

ผลิตภัณฑ์ใหม่ : การตกแต่งภายในรถยนต์ Ford ; Ford Operation (Thailand) Co., Ltd., General Seating (Thailand) Co., Ltd., Thai Nippon Seiki Co., Ltd.

28 กุมภาพันธ์ 2547 (2004)

     Ford ถือเป็นชื่อของรถยน๖ืที่มีชื่อเสียงระดับโลกรายหนึ่ง ที่เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในนามของ "Big 3" หรือสามผู้ยิ่งใหญ่ในวงการรถยนต์ อันประด้วย Ford, General Motor (GM) และ Crysler และทั้งสามยังเป็นผู้ออกแแบระบบคุณภาพสากลที่ใช้เฉพาะกับวงการผลิตรถยนต์และชิ้นส่วน ที่เรียกกันว่า QS ซึ่งในปัจจุบัน เรารู้จักกันทั่วไปในนาม ISO/TS 16949
     Ford มีการใช้บริการ Cubic printing มาตั้งแต่ปี 2545 แต่ไม่เป็นการนำขิ้นงานที่ผ่านการตกแต่งแล้วไปติดตั้งในรถยนต์โดยตรง แต่เป็นการนำไปประกอบภายหลัง และ/หรือ มีการทำเฉพาะบางชิ้นส่วนเท่านั้น เช่น Meter Hood เป็นต้น แต่ในครั้งนี้เป็นการนำเข้าไปประกอบในสายการผลิต และมีจำนวนชิ้นงานเพิ่มมากขึ้นจากเดิม ทั้งส่วนที่เป็น Window Switch Panel  จึงทำให้ต้องเพิ่มผู้ผลิตชิ้นงานเข้ามาด้วย