สำหรับการดำเนินการของบริษัทฯในปีนี้ จากลูกค้าที่ยอดการสั่งซื้อทั้งหมด รวม 52 ราย พบว่าร้อยละ 50 เป็นลูกค้าในอุตสาหกรรมรถยนต์ ดังนั้น ถึงแม้ว่าในปีที่ผ่านมา 2545 (2002) เราจะบอกว่า "เราเข้าสู่วงการอุตสาหกรรมยานยนต์เต็มตัว" ซึ่งในปีนี้ยังคงการผลิตที่ต่อเนื่องสำหรับการลิตเพื่ออุตสาหกรรมยานยนต์ ที่เป็น OEM ทั้งนี้ไม่รวมในส่วนที่เป็น After Market ที่จำนวนของลูกค้าที่เข้ามาลดลงไปจากปีที่ผ่านมา แต่ยังคงมีลูกค้าเป็นบริษัทที่ไม่ได้อยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ อาทิ ILC, S&J เป็นต้น ในปริมาณการสั่งซื้อทั้งปี ที่กว่า 4 ล้านบาท
สำหรับในปีนี้ (2546 : 2003) ลูกค้าที่มียอดการสั่งซื้อสูงสุด 8 ใน 10 บริษัท ล้วนเป็นบริษัทที่ทำการผลิตผลิตภัณฑ์ป้อนให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งสิ้น โดยมี บจก. Siam Nissan Automobile (SNA) มียอดการสั่งซื้อสูงที่สุด และนับเป็นเวลา 5 ปีติดต่อกัน แต่ที่น่าสังเกตคือ ถึงแม้ยอดการสั่งซื้อของ SNA ในปีนี้จะเป็นยอดการสั่งซื้อที่สูงที่สุด แต่เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา พบว่า SNA มียอดการสั่งซื้อลดลงถึง 27.46 ล้านบาท หรือลดลงไป 64.39% จากปีที่ผ่านมา แสดงถึง ปริมาณการผลิตผลิตภัณฑ์ของ SNA ที่มีการตกแต่งชิ้นงานด้วย Cubic Printing Technology มีการผลิตที่ลดลง
และเช่นกัน ลูกค้าอีกกลุ่มที่มีการเติบโตขึ้นมา จากปี 2545 (2002) อย่างมาก คือ กลุ่มของผู้ที่ผลิตชิ้นส่วนให้กับ รถยนต์ Honda อันได้แก่ บจก. KUMI (Thailand) และ TS Tech (Thailand) และ บจก. นำยงอุตสาหกรรมเคมี ที่มียอดการสั่งซื้อในปีนี้เพิ่มมากขึ้น
และในปีนี้ (2546 (2003)) เช่นกัน เป็นปีที่เราทำการผลิตพวงมาลัย (Steering Wheel)ให้กับรถยนต์ค่าย Toyota เพิ่มมากขึ้น สำหรับรถยนต์ Toyota รุ่น Collora (Model 316)
ดังนั้น เราสามารถบอกได้เช่นกันว่า รถยนต์ที่มีการประกอบในเมืองไทย ทุกยี่ห้อ เลือกใช้ Cubic Printing Technology โดยให้ บจก. ไทยคิวบิค เทคโนโลยี เป็นผู้ทำการผลิต สำหรับการตกแต่งชิ้นส่วนภายในรถยนต์ของเขา แต่เพียงผู้เดียว
ด้วยเหตุนี้ ผลประกอบการประจำปี 2546 (2003) เราสามารถทำยอดขายได้รวม 135.56 ล้านบาท นับว่าเป็นจำนวนยอดขายที่สูงที่สุด ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯมา และสูงกว่าปีที่ผ่านมา 49% หรือคิดเป็นจำนวนเงิน 44.83 ล้านบาท
สำหรับ ลูกค้าที่มียอดการสั่งซื้อสูงสุด 10 แรก ได้แก่
1. บจก. Siam Nissan Automobile มียอดการสั่งซื้อรวม 15.190 ล้านบาท
2. บจก. Toyoda Gosei (Thailand) มียอดการสั่งซื้อรวม 12.377 ล้านบาท
3. บจม. TS Tech (Thailand) มียอดการสั่งซื้อรวม 10.007 ล้านบาท
4. บจม. Kumi (Thailand) มียอดการสั่งซื้อรวม 9.794 ล้านบาท
5. บจก. ไทยตรินิตรี้ มียอดการสั่งซื้อรวม 6.137 ล้านบาท
6. บจก. เอส แอนด์ เจ อินเตอร์เนชั่นแนล ยอดการสั่งซื้อรวม 3.045 ล้านบาท
7. บจก. นำยงอุตสาหกรรมเคมี มียอดการสั่งซื้อรวม 2.223 ล้านบาท
8. บจม. Union Plastic Public ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ มียอดการสั่งซื้อรวม 2.221 ล้านบาท
9. บจก. ไทยอัลติเมทคาร์ มียอดการสั่งซื้อรวม 1.697 ล้านบาท
10. และ บริษัทอื่นๆอีก 26 บริษัท ซึ่งมียอดการสั่งซื้อรวม 72.87 ล้านบาท หรือ 53.76 % ของยอดการสั่งซื้อทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการของปีนี้ เรายังคงสามารถทำกำไรก่อนการหักภาษี ได้เป็นจำนวนเงิน 11.051 ล้านบาท หรือทำได้สูงกว่าในปีที่ผ่านมา 55%
สำหรับรายละเอียดของผลประกอบการเป็นรายละเอียดข่างล่างนี้

No comments:
Post a Comment